หน้าเว็บ

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Software แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Software แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2552

Guard of Thumb Drive

หากคุณใช้ Thumb Drive คุณต้องมีโปรแกรมนี้
Remora USB Disk Guard
สวัสดีคร๊าบบบบ เมื่อบทความที่แล้วแนะนำกันเรื่องโปรแกรมยอดฮิตสำหรั บใช้งานกับ Thumb Drive หรือ USB Drive ไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งในช่วงงาน ComMart ที่ผ่านมาหลายคนกวาดซื้อ Thumb Drive กันไปเพียบเพราะลดราคาถูกมาก งั้นขอเม๊าส์ก่อนดีกว่า วันสุดท้ายที่ผมลากเว็บมาสเตอร์ไปเก็บตกสินค้าราคาถู กในงานวันสุดท้ายผมเองก็คว้า Thumb Drive ขนาด 2 GB มาเหมือนกัน ในราคาไม่ถึง 500 บาท เมื่อวานนี้แวะไปพันธ์ทิพย์ เจอเหมือนกับที่ผมซื้อเลยขนาด 512 MB ก็ปาเข้าไปตั้ง 450 บาทแล้ว โฮ โฮ โฮ ( หัวเราะแบบซานตาครอส ) ผมได้ราคามาแบบมิตรภาพจริงๆ แต่ก็นั่นหละขนาดความจุตั้ง 2 GB ผมยัดทั้งงานและข้อมูลสำคัญๆที่ต้องเอาไปใช้ไปมาระหว ่างบ้านกับ Office จริงๆใส่ใน Card ของเครื่อง PDA Phone ก็ได้แต่ว่ามันขี้เกียจต้องมานั่งจั๊มสาย เลยใช้แบบ Thumb Drive นี่หละสะดวกดีใช่ไม๊ครับ
แต่ทว่าเกิดวันหนึ่ง เจ้า Thumb Drive สุดที่รักที่มีขนาดเล็กจิ๋วลงทุกๆวัน เกิดมันหายไปหละครับ ? ก็แน่นอนหละเสียดายมันคงต้องเสียดาย แม้มูลค่ามันจะไม่กี่ร้อยก็ตาม แต่ว่าข้อมูลในนั่นหนะสิครับ บางครั้งมันไม่สามารถประเมินมูลค่าได้ หากข้อมูลสำคัญที่เก็บไว้ในนั้นเกิดไปตกอยู่ในมือผู้ ที่อาจจะไม่ประสงค์ดี เผลอๆเดี๋ยยวมีภาพหลุดไปท่องตามเน็ตหละยุ่งเลย
มันก็เลยเป็นที่มาของบทความในวันนี้กับโปรแกรมที่ผมอ ยากจะบอกว่า " คุณควรต้องมีใน Thumb Drive " โปรแกรมตัวนี้ชื่อว่า Remora USB Disk Guard เป็นโปรแกรมแบบฟรีแวร์ใช้ได้เลย ไม่ต้องจ่ายสตางค์ซื้อ เป็นโปรแกรมที่จะช่วยในการเข้ารหัสข้อมูลไฟล์ที่เก็บ ใน Thumb Drive หากสักวันหนึ่งมันโดนจิ๊กไป หรือทำหล่นหาย ก็แน่ใจเลยว่าข้อมูลใน Thumb Drive ในขนาดเป็น GB รับรองว่าไม่ถูกมือดีสามารถนำไปใช้ได้แน่

มาดูวิธีใช้กันดีกว่า ไม่ยากครับแต่อาจจะมีขั้นตอนยุ่งยากนิดหน่อย
1. ไป Download โปรแกรมนี้ได้ฟรีที่ http://download.richskills.com/remor...uard_green.exe
Click the image to open in full size.
2. ทำการติดตั้งเหมือนโปรแกรมทั่วไป
Click the image to open in full size.
3. เลือก Drive ที่จะติดตั้งให้เลือกที่ Drive ที่เป็น Thumb Drive นะครับอย่างของผมคือ Drive F:/
Click the image to open in full size.
4.เลือกภาษาเป็น English
Click the image to open in full size.
5. Step ที่ 1 ตั้งรหัสผ่านอย่างน้อยหกตัว ทั้งสองช่อง
Click the image to open in full size.
6. Step ที่ 2 ตั้งรหัสผ่านอย่างน้อยหกตัวอีกรอบ สำหรับการเข้ารหัส File แนะนำว่าให้ใช้รหัสเดียวกับใน Step ที่ 1 จะได้จำง่ายไม่มีลืม
Click the image to open in full size.
7. เมื่อติดตั้งเสร็จจะปรากฎ icon บน task bar ของ Windows สีแดงๆในรูป
8.ไปที่ My Computer แล้วเข้าไปใน Thumb Drive สร้าง Folder เตรียมไว้เก็บข้อมูลก่อนหนึ่ง Folder ในกรณีของผมผมสร้างแล้วตั้งชื่อว่า "โฟลเดอร์ข้อมูลลับ"
Click the image to open in full size.
9.การเรียกโปรแกรมให้ Double Click ที่ icon บน Task bar แล้วจะปรากฎหน้าต่างให้ Log on
Click the image to open in full size.

10. เมื่อโปรแกรมเรียกขึ้นมาแล้วจะมีหน้าตาแบบในรูปนี้หล ะครับ ส่วนคำอธิบายก็ตามภาพเลย
Click the image to open in full size.

11. ให้ทำการเอาไฟล์ข้อมูลที่จะเก็บลง Thumb Drive ไปใส่ไว้ใน Folder "โฟลเดอร์ข้อมูลลับ" ที่สร้างเตรียมไว้ล่วงหน้า ในตัวอย่างนี้ผมเอาไฟล์ excel ไปใส่ไว้
Click the image to open in full size.

12.หลังจากนั้น ก็เลือกที่ การเข้ารหัสแบบ Folder ที่ตัวโปรแกรม Remora USB Disk Guard แล้วก็เลือกที่ Folder "โฟลเดอร์ข้อมูลลับ" เพื่อทำการเข้ารหัสไฟล์ที่เก็บใน Folder นั้นทั้งหมด
Click the image to open in full size.
13. เรียบร้อยแล้วครับ !! พอเวลาเรามาเปิดดู Folder ที่ชื่อว่า "โฟลเดอร์ข้อมูลลับ" ที่เราเข้ารหัสไว้ ไฟล์ที่เก็บในนั้นจะเป็นไฟล์คล้ายๆพวกไฟล์ขยะ ไม่สามารถเปิดออกได้ แต่หากต้องการเรียกใช้ไฟล์เหล่านั้น ก็ต้องไปปลดล๊อคก่อนนะครับ
ขอแถมก่อนจบสักหน่อย !!

ในเครื่องพวก PDA Phone เองเราก็สามารถทำให้ Card ที่อยู่ในเครื่องสามารถเป็น Thumb Drive ได้เช่นเดียวกันโดยใช้โปรแกรมที่ชื่อว่า WM5torage สามารถ Download ได้จากที่ http://www.modaco.com/WM5torage-t238545.html
และหากต้องการแบ่ง พาเทชั่น ของ SD Card / Mini SD หรือ Micro SD แนะนำให้ลองอ่านที่บทความนี้ครับ http://www.mrpalm.com/list33.php?cont_id=284


Thanks : thaigaming.com

วันจันทร์ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2552

Open source War!!

แนวรบใหม่ด้านมัลติมีเดีย

สิ่งที่ยากลำบากของการนำโอเพ่นซอร์สมาใช้งานคือเรื่องของการขาดการสนับสนุน เรื่องมัลติมีเดียก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่บ่อยครั้งบนระบบโอเพ่นซอร์สนั้น ไม่สนับสนุน แต่ในบางครั้งเราก็ไม่สามารถโทษผู้พัฒนาได้ แต่บางครั้งสาเหตุมาจากเรื่องของลิขสิทธิ์ในการใช้งาน ซึ่งขัดกับข้อกำหนดของฟรีซอฟต์แวร์ แต่ในทางปฏิบัติแล้วนักพัฒนาไม่ได้ละเลยตรงส่วนนี้และจะอาศัยการพัฒนาสิ่ง ที่ดีกว่าขึ้นมาทดแทน ตัวอย่างเช่น Ogg Vorbis เป็นฟอร์แมตของข้อมูลเสียงที่ลดการสูญเสียและเก็บข้อมูลได้สมบูรณ์กว่ารูป แบบ MP3 ซึ่งแน่นอนในครั้งนี้ไม่ได้มีเรื่องของลิขสิทธิ์เข้ามาเกี่ยวข้องอีก ในขณะที่มีการพัฒนาด้านมัลติมีเดียมากขึ้น แต่ Vorbis ซึ่งเป็นรูปแบบที่ให้คุณภาพเสียงได้ดีกว่าแต่กลับไม่ได้รับการสนุนจาก อุปกรณ์เท่าที่ควร

ปัญหาต่อไปที่คล้ายๆ กันคือเรื่องของเนื้อหาข้อมูล พบว่าอุปกรณ์ใหม่จะสนับสนุนเทคโนโลยีตามแต่ผู้ให้บริการข้อมูลจะสนับสนุน ดังนั้นแล้วผู้ให้บริการส่วนมากต้องการที่จะปกป้องข้อมูลของตัวเองเอาไว้จึง เลือกที่จะสนับสนุนเทคโนโลยี DRM (Digital Rights Management) ดังนั้นเรื่องนี้เป็นการท้าทายของโอเพ่นซอร์สอีกครั้งว่าจะรับมือสถานการณ์ นี้ได้อย่างไร

The OpenMedia Commons ที่ได้รับทุนสนับสนุนจากบริษัทซัน กำลังคิดค้นวิธีหาเทคโนโลยี Open DRM ที่จะทำให้โอเพ่นซอร์สสามารถนำเทคโนโลยีไปเข้ารหัสปกป้องข้องมูลของตนเองโดน ไม่ติดปัญหาด้านลิขสิทธิ์และสามารถนำไปใช้งานได้ทั่วกัน

เมื่อความปลอดภัยคือปัญหาใหญ่

มี หลายบริษัทมากที่เลือกใช้โอเพ่นซอร์สในการทำงาน ซึ่งช่วยลดปัญหาเรื่องลิขสิทธิ์ลงไปได้มากทีเดียว ปัญหามากมาย ตั้งแต่เรื่องของสแปม สปายแวร์ และเครื่องมือตรวจสอบและป้องกันการโจมตีทางเครือข่าย สิ่งเหล่าไม่ได้ถูกสร้างหรือรวมอยู่กับระบบปฏิบัติการโอเพ่นซอร์สเลย เช่น FreeBSD หรือ Linux แต่มีการเรียกใช้โอเพ่นซอร์สอื่นๆ เพื่อทำงานในส่วนนี้แทน

เครื่องมือยอดนิยมที่ใช้ในการ ค้นหาพอร์ตที่เปิดใช้งานของระบบปฏิบัติการบนแพลตฟอร์มใดๆ คือ Nmap และเช่นเดียวกันภายใน Nmap ก็มีการใช้งานโอเพ่นซอร์สตัวอื่นด้วยเช่นเดียวกัน Nmap คือซอฟต์แวร์ที่สามารถค้นหาพอร์ตที่เปิดอยู่ของหมายเลข IP ที่ส่งเข้าไปได้อย่างรวดเร็ว และยังสามารถตรวจสอบว่าเครื่องปลายทางมีการใช้งาน OS ตัวใดโดยดูจากแพคเกจที่ได้รับกลับมา ตัวอย่างอื่นเช่น Nessus เป็นโอเพ่นซอร์สเน็ตเวิร์กสแกนเนอร์อักตัวที่ได้รับความนิยมอย่างมาก Nessus ยังสามารถเรียก Nmap เพื่อให้ทำการค้นหาได้โดยจุดประสงค์หลักของ Nessus จะเป็นการค้นหารูรั่วของระบบเสียมากกว่า ซึ่งมี Plugin ของ Nessus มากมาย ซึ่ง Plugin ใหม่ๆ ก็หมายถึงรูรั่วใหม่นั่นเอง

Snort เป็นซอฟต์แวร์ตรวจจับการโจมตี (Intrusion Detection System) ซึ่งไม่ได้มีความสามารถเหมือนกับ Nessus ตัวมันเองเป็นซอฟต์แวร์แบบ Commercial แต่ก็มีเวอร์ชันที่เป็นโอเพ่นซอร์สด้วยเช่นเดียวกัน และยังคงมีซอฟต์แวร์ตัวอื่น เช่น OpenSSH และ OpenSSL ที่มีการนำไปใช้อย่างกว้างขวางและแพร่หลายในหลายๆ โปรดักส์บนแพลตฟอร์มวินโดวส์ ลีนุกซ์ และอื่นๆ อีกมากมาย

ความ ปลอดภัยของระบบปฏิบัติการ อาจจะกล่าวได้ว่าไม่มีระบบปฏิบัติการใดที่มีความปลอดภัยอย่างที่สุด ในด้านความปลอดภัยเราอาจจะมองว่า การเปิดเผยซอร์สโค้ดให้กับคนทั่วไปอาจจะทำให้แฮกเกอร์สามารถเจาะเข้าสู่ระบบ ได้ง่าย หรือเปิดทางให้ไวรัสได้เข้ามาโจมตี ซึ่งเราอาจจะมองไปที่ไมโครซอฟท์ซึ่งไม่ได้เปิดเผยซอร์สโค้ดแต่ก็ถูกโจมตีได้ เช่นเดียวกัน ในมุมมองของการพัฒนาบริษัทซอฟต์แวร์ย่อมจะทีมที่ใช้ในการค้นหาตรวจสอบการทำ งานของระบบซึ่งอาจจะมีเพียง 10 -12 คนเท่านั้น แต่ในมุมมองของโอเพ่นซอร์สแล้วมีเหล่านักพัฒนาที่เข้ามาร่วมมือกันกระจายออก ไปทั่วโลก ดังนั้นแล้วจุดออ่อนหรือรูรั่วย่อมจะถูกค้นพบและถูกอุดลงด้วยเวลาอันรวดเร็ว ผลลัพธ์คือเราจะได้รับซอฟต์โอเพ่นซอร์สที่มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

ภาษาสคริปต์ที่เปิดกว้าง

ภาษา สคริปต์ที่บางครั้งเราเรียกว่าภาษาไดนามิค ได้มีการนำไปใช้งานอย่างแพร่หลาย สาเหตุมาจากเราสามารถนำภาษาเหล่านี้ไปช่วยในการพัฒนาซอฟต์แวร์ให้ง่ายขึ้น และใช้เวลาในการทำงานน้อยลง “bang for the buck” เป็นสำนวนที่มาจากการพยายามที่จะผลักดันภาระในการทำงานไปสู่คอมไพเลอร์ เช่น การกำหนดชนิดของตัวแปรโดยดูจากค่าของตัวแปรเป็นต้น ภาษาสคริปต์ทั้งหลาย เช่น PHP, Perl และ Python มีส่วนที่คล้ายกันคือเป็นโอเพ่นซอร์ส ในบางจุดการจะเป็นเทคโนโลยีเปิดหรือปิดนั้นไม่สำคัญ แต่ในแง่ของการพัฒนาแล้ว การใช้เทคโนโลยีเปิดย่อมเปิดโอกาสให้เกิดการนำไปใช้งานและแก้ไขของกลุ่มผู้ ใช้งานในภาษานั้นจนกลายเป็นชุมชนขนาดใหญ่ขึ้นมาได้ ตัวอย่างของการเปรียบเทียบภาษาสคริปต์ที่เกิดขึ้นพร้อมๆ กันในช่วงเวลาเดียวกันอย่างเช่น NetRexx และ Ruby

NetRexx ได้รับการออกแบบและพัฒนาขึ้นโดยไอบีเอ็มเพื่อใช้เป็นส่วนหนึ่งของ Big Blue ซึ่งก็ประสบความสำเร็จเป็นภาษาสคริปต์ที่ทำงานอยู่บนเมนเฟรม สามารถพัฒนาได้เร็ว และเรียนรู้ได้ง่าย ตัวมันเองสามารถที่จะแปลงโค้ดให้กลายเป็น Java ByteCode ทำให้ NetRexx สามารถทำงานร่วมกับไลบรารี่ต่างๆ ของจาวาได้ ดังน้น NetRexx จึงได้รับประโชน์อย่างเต็มที่จาก Java Virtual Machine ไปด้วย และ Ruby เป็น ภาษาสคริปต์แบบ Interpreter ไม่มี Virtual Machine ทำงานได้ช้ากว่า แต่มีข้อดีที่มีพื้นภาษามาจาก Perl

NetRexx และ Ruby ยังมีข้อดีที่เหมือนกันคือฟรี ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว NetRexx ที่มีความเร็วในการทำงานสูงกว่า ข้อดีมากกว่าน่าจะไปได้ไกลกว่า Ruby ที่ทำงานได้ช้ากว่า แต่ความจริงกลับไม่ได้เป็นไปอย่างที่คิด ปัจจุบัน Ruby ได้รับความนิยมสูงและกำลังมีอนาคตที่สดใส ต่างจาก NetRexx ที่กำลังจะหายไป สาเหตุหลักมาจากการที่ Ruby นั้นเป็นโอเพ่นซอร์ส แต่ NetRexx นั้นไม่ใช่ ผลคือ Ruby สามารถสร้างชุมชนของนักพัฒนาขึ้นมาได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ญี่ปุ่นซึ่งมีการ ใช้งานมานานแล้ว และ Ruby ได้ก้าวต่อไปอย่างรวดเร็วอีกครั้งเมื่อ David Heinemeier Hansson ได้เขียน Ruby on Rails ซึ่งเป็น Web Application Framework ที่มีการนำไปใช้งานอย่างแพร่หลาย ซึ่งเป็นการเปลี่ยนโฉมหน้าของ Ruby ไปเลยทีเดียว ซึ่งถ้ามองย้อนกลับไปหากไอบีเอ็มเปิดเผยซอร์สของ NetRexx ผลลัพธ์ในวันนี้อาจจะแตกต่างกันออกไปก็ได้

โอ เพ่นซอร์สเองไม่ได้รับประกันว่าภาษานั้นๆ จะประสบความสำเร็จ และยังมีภาษาอีกมากมายที่อาจจะไม่ทางไปสู่ความสำเร็จได้เลย โอเพ่นซอร์สเพียงอย่างเดียวนั้นไม่เพียงพอจำเป็นจะต้องมีแหล่งชุมชนและ ทรัพยากรอื่นๆ อีกด้วย และในบางครั้งก็เป็นที่ตัวภาษาเอง ภาษาใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นมามีเพียงเล็กน้อยเท่านั้นที่ตรงกับความต้องการของผู้ใช้อย่าง ถึงที่สุด

เพิ่มทางเลือกให้องค์กร

เครื่อง มือโอเพ่นซอร์สและอีเมล์มีการใช้กันมานานมากแล้ว โดยเมล์เซิร์ฟเวอร์อย่าง Exim,Postfix และ Sendmail ได้มีการนำไปใช้กันอย่างกว้างขวาง ตลอดจนถึงอีเมล์ไคลเอนต์อย่าง Mozilla Thunderbird และ Pine แต่อีเมล์ก็ไม่ได้เป็นที่สุดของความต้องการในการทำงานในการรับส่งข้อมูลของ องค์กรขนาดใหญ่ ที่มีความต้องการเพิ่มมากขึ้น อย่างเช่น สามารถแชร์ข้อมูลปฏิทินร่วมกัน สมุดรายชื่อ และ Instant Messaging ซึ่งโดยทั่วไปแล้วในองค์กรระดับใหญ่นี้เรามีทางเลือกเพียงสองทางเท่านั้นคือ IBM Lotus Note และ Microsoft Exchange ด้วยข้อเสนอและความสามารถของเซิร์ฟเวอร์ส่งผลให้มีผู้ใช้ใหม่จำนวนมากหลั่ง ไหลเข้าไปเป็นจำนวนมาก แต่ก็มีซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สในกลุ่มนี้ด้วยเช่นเดียวกันอย่าง Open-Xchange ซึ่งมีความสามารถคล้ายกันแต่มาในรูปแบบของซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์ส โดยที่ Open-Xchange ประกอบไปด้วยเครื่องมือโอเพ่นซอร์สเป็นจำนวนมาก อาทิ เช่น Apache เว็บเซิร์ฟเวอร์,Tomcat Java Servelet และ ฐานข้อมูลอย่าง PostgreSQL ดังนั้นจึงสามารถตอบสนองความต้องการต่างๆ ได้ครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นอีเมล์ หรือปฎิทินผ่านทางเว็บ และในส่วนพิเศษที่ต้องเสียเงินก็สามารถเชื่อมต่อกับ Microsoft Outlook และ Palm ได้ด้วย ยังคงมีโปรเจกต์โอเพ่นซอร์สอื่นๆ เช่น Zimbra ที่มีการใช้เทคโนโลยีของ AJAX (Asynchronous JavaScript and XML) โดยที่ Zimbra สามารถรวมข้อมูลเข้าอีเมล์ สมุดรายชื่อ ไปยังกูเกิลแมบ ความสามารถอื่นๆ อย่างเช่น สามารถเป็นระบบกลางเชื่อมต่อด้วยเว็บเซอร์วิสเพื่อให้บริการกับระบบอื่นๆ ได้ ดังนั้นนักพัฒนาสามารถพัฒนาระบบเพื่อเชื่อมต่อเข้ากับ Zimbra ผ่านทาง API เพื่อเข้าถึงข้อมูลที่เก็บไว้ใน Zimbra ได้ และเป็นผลมาจากการที่ Zimbra เป็นโอเพ่นซอร์สดังนั้นในการนำไปใช้อาจจะมีการปรับแต่งแก้ไขให้เป็นไปยังแบบ ที่ต้องการ และ Open-Xchange และ Zimbra ยังมีข้อดีของการเป็นโอเพ่นซอร์สเนื่องการใช้การติดต่อสื่อสารและโปรโตคอ ลที่เป็นมาตรฐานอย่างเช่น WebDAV, LDAP, ICal และ HTTP

สัญญาณ ที่ดีและสำคัญอีกข้อคือ ในการทำงานในปัจจุบัน บริษัท องค์กร และหน่วยงานต่างๆ ต่างให้ความสำคัญกับอีเมล์เป็นอย่างมาก ข้อมูลทั้งหมดในปัจจุบันเกือบจะจบลงที่อีเมล์เซิร์ฟเวอร์ ดังนั้นการใช้เซิร์ฟเวอร์ที่ไม่ใช่โอเพ่นซอร์สที่ไม่ใด้มีมาตรฐานกลางในการ ทำงานย่อมจำเป็นต้องทำงานกับซอฟต์แวร์เหล่านี้เท่านั้น ซึ่งต่างจากโอเพ่นซอร์สที่ใช้มาตรฐานกลางซึ่งเราจะสามารถใช้งานได้ตามที่ ต้องการ และในอนาคตก็สามารถเปลี่ยนแปลงการทำงานในส่วนที่ต้องการได้เป็นผลมาจาก มาตรฐานกลางนั่นเอง

Thanks : mnet.co.th

วันพุธที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

Web Server Load Balancing With NLB

Web Server With Load Balancing ด้วย Window 2003 Server

1.ไปที่ Start>>Program>>Adminmistritrative Tools>>Network Load Balancing Manager

2.คลิกขวาที่ Network Load Balancing Clusters เลือก new clusters

3.ทำใส่ ip address,subnet mask โดย IP address จะเป็น visual ip

4.เลือกที่ Mulitcast และ กด next

5. กด next .



6.เลือก edit


7. ติ๊กที่ All

8. เปลี่ยน Port range เป็น from 80 to 80

9. เลือก Protocols เป็น UDP

10. เลือก Filtering mode เป็น none และ คลิ๊ก OK และกด next






11. กรอก code เป็น IP ของเครื่อง server ที่จะทำเป็น web server load balancing และ กด connect และ next


12. จากนั้น กด Finish



13.จากขั้นตอนที่ผ่านมาจะได้การทำ load balancing ที่ IP 192.168.0.1 ซึ่งเป็น Server เครื่องที่ 1

14. ทำการ Setup เครื่องที่ 2 โดยคลิกที่ Add Host To Cluster


15. ป้อน IP ตัวที่ 2 ของ Server ให้เป็น 192.168.0.2 คลิก Connect และกด Next ดังภาพ

16. พอขึ้นหน้าต่างดังภาพ กด Finish

17. รอสักครู่ ก็จะปรากฏหน้าต่างดังรูปข้างล่าง


ข้อด้อยของการทำ Web Server Load Balancing

1. โปรแกรมที่อยู่ในเครื่อง Server ต้องเป็นโปรแกรม Script เดียวกัน

2. ต้องมี Database Server อีก 1 ตัวเพื่อให้ Web Server Access เข้ามา

***หมายเหตุ***

ต้องใช้เครื่องserverอย่างน้อย2เครื่อง และ ทุกเครื่องserverต้องมีคุณสมบัติดังนี้

1.แต่ละ server ต้องมี OS เดียวกัน

2.ในกรณีที่เครื่องserverใช้window 2003 server ทุกเครื่องต้องมีโปรแกรม Network Load Balancing Manager

Thanks :
นรินทร์ หมื่นรัตน์

วันจันทร์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

10 Tool for NetBooK

1. Ubuntu Netbook Remix

สำหรับโปรแกรมแรกที่นำ มาฝากกันก็คือ ระบบปฏิบัติการ Ubuntu for Netbook ครับ ถึงแม้ว่าผู้ผลิต Netbbok หลายๆ ยี่ห้อ จะติดตั้งระบบปฏิบัติการมาพร้อมเครื่องอย่าง Windows, Xandros, Linpus Linux, gOS และ SUSE ก็ตาม แต่เชื่อว่ามีผู้ใช้หลายคนเริ่มเบื่อหน้าตาโอเอสพวกนี้กันบ้างแล้ว และถ้าคุณเคยใช้ระบบปฏิบัติการที่ชื่อ Ubuntu บนเครื่องพีซีหรือโน้ตบุ๊กทั่วไปมาบ้าง คงยังจำความประทับใจในเรื่องความคล่องตัวและความเร็วของโอเอสตัวนี้ได้ ตอนนี้ บริษัท Canonical ได้จัดทำ Ubuntu เวอร์ชันพิเศษที่ชื่อว่า Ubuntu Netbook Remix

สำหรับเครื่อง Netbook OEM ขึ้นมา ซึ่งรองรับชิปประมวลผล Atom รวมถึงออปติไมซ์ให้มีประสิทธิภาพการทำงานที่ลงตัวกับเครื่อง Netbook อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนโหมดแสดงผลที่ละเอียดขึ้นสำหรับหน้าจอขนาด 10 นิ้ว การจัดวางโปรแกรมอรรถประโยชน์ต่างๆ บนหน้าเดสก์ทอปที่ดูเหมาะสมกับจอภาพขนาดเล็กได้อย่างลงตัว สำหรับ Ubuntu เวอร์ชันนี้เป็นซอฟต์แวร์ OEM สำหรับผู้ผลิต Netbook ที่สนใจ ไม่แจกจ่ายทั่วไป แต่ทว่าก็ไม่พ้นความสามารถของเซียนโอเพ่นซอร์สทั้งหลายที่ได้หาวิธีนำมาลงบน เครื่อง Netbook รุ่นต่างๆ ได้แล้ว

โดยคุณต้องไปดาวน์โหลด Ubuntu 8.04 (ดาวน์โหลดได้ที่ : http://www.ubuntu.com/getubuntu/download)

ส่วนรายละเอียดในการติดตั้ง Unbuntu Remix สามารถเข้าไปดูวิธีการได้ที่ http://www.ubuntuclub.com/node/846

2. OpenOffice 3.0

หาก โปรแกรมชุดไมโครซอฟต์ออฟฟิศ เป็นอันดับหนึ่งบนระบบวินโดวส์ ฝั่งโอเพ่นซอร์สคงต้องยกให้ OpenOffice ด้วยเช่นกัน แต่ ณ วันนี้ โปรแกรม OpenOffice ที่เป็นเวอร์ชันบนวินโดวส์ก็มีความสามารถไม่แพ้กันเลย สำหรับผู้ใช้ Netbook ถ้าคุณหวังว่าจะลง Office XP หรือ Office 2007 บนเครื่อง Netbook โดยหวังว่ามันจะทำงานวิ่งฉิวเหมือนบนพีซีละก็ ขอบอกว่าไม่เป็นเช่นนั้นแน่ เพราะนอกจากจะกินพื้นที่การติดตั้งโปรแกรมมากแล้ว ยังใช้ทรัพยากรต่างๆ ของระบบมากพอตัว ซึ่งประสิทธิภาพการทำงานของ Netbook ตอนนี้ ยังไม่อาจตอบสนองได้อย่างที่คุณต้องการ

แต่สำหรับโปรแกรม OpenOffice 3.0 ถูกออกแบบมาเพื่อระบบฮาร์ดแวร์ที่ไม่ต้องการสเปกสูงมากนัก ทำให้ผู้ใช้สามารถทำงานกับพวกสเปรดชีตและงานเอกสารต่างๆ ได้คล่องตัวกว่า OpenOffice 3.0 มีโปรแกรมย่อยที่ชื่อ Writer ทำงานเอกสารได้เหมือนกับ Words โปรแกรม Calc สำหรับงานเปรดชีตที่คล้ายคลึงกับ Excel ส่วนงานพรีเซนเตชันที่ไม่แพ้ PowerPoint ก็ต้องพึ่งโปรแกรม Impress และงานฐานข้อมูลต่างๆ ก็ต้องยกให้เป็นหน้าที่ของโปรแกรม Base ที่เป็นคู่แข่งของ Access เป็นสามโปรแกรมหลักๆ ที่เพียงพอสำหรับการใช้งานขั้นพื้นฐานบน Netbook อ้อ! เกือบลืมเรื่องสำคัญไปครับ คุณสามารถออปติไมซ์การทำงานของโปรแกรม OpenOffice ให้เหมาะกับทรัพยากรบนเครื่อง Netbook ได้

ส่วนวิธีการนั้นไปอ่านได้ที่เว็บไซต์ http://asuseeehacks.blogspot.com/2008/08/speeding-up-openoffice.html

สำหรับโปรแกรม OpenOffice 3.0 สามารถดาวนโหลดได้ที่ : http://www.softpedia.com/get/Office-tools/Office-suites/OpenOfficeorg-for-Windows.shtml

3. Foxit Reader 3.0

แฟนๆ Acrobat Reader ที่ต้องการอ่านไฟล์เอกสาร PDF บนเครื่อง Netbook อาจผิดหวังกับความเร็ว เมื่อต้องเปิดหน้าเอกสาร PDF ที่มีขนาดไฟล์ใหญ่ๆ ทั้งนี้ก็เนื่องมาจากตัวโปรแกรมใช้ทรัพยากรของเครื่องไปมากพอตัว ทำให้แสดงอาการกระตุกให้เห็น ถึงแม้คุณจะลงเวอร์ชัน Lite แล้วก็ตาม แต่นั่นก็เป็น Lite สำหรับพีซีและโน้ตบุ๊กทั่วไป Foxit Reader 3.0 ทางเลือกใหม่ในการอ่านเอกสาร PDF บนโน้ตบุ๊กจิ๋ว โปรแกรมที่ขึ้นชื่อเรื่องความเร็วในการเปิดหน้าเอกสาร PDF ซึ่งมีขนาดโปรแกรมที่เล็กเพียง 3.7 เมกะไบต์ ไม่เปลืองพื้นที่การติดตั้ง ตัวโปรแกรมมีฟังก์ชันในการแปลงเอกสาร PDF ไปเป็น Text File อื่นๆ ด้วย และในเวอร์ชัน 3.0 นี้ ยังเพิ่มระบบความปลอดภัยของเอกสารลงไปด้วย ส่วนทูลอื่นๆ ในโปรแกรมก็ถือว่าไม่แพ้ Acrobat เข่นกัน เอาเป็นว่าใครที่ใช้ Nebook รีบไปดาวน์โหลดฟรีเวอร์ชันจากเว็บไซต์ http://www.foxitsoftware.com/pdf/rd_intro.php มาใช้งานกันได้เลยครับ ไม่แน่ว่าคุณอาจจะลืมโปรแกรมตัวเก่าไปเลย!!!

4. FireFox

หาก Google Chrome ที่เป็นเวอร์ชันสำหรับลินุกซ์และโอเพ่นซอร์สอื่นๆ ออกมาเมื่อไร โปรแกรมในหมวดเว็บบราวเซอร์สำหรับ Netbook คงไม่ได้มีแค่จิ้งจอกไฟที่ชื่อ FireFox แน่ เพราะด้วยคุณสมบัติหลายอย่างที่ดีพอ และเหมาะสมสำหรับโน้ตบุ๊กจิ๋ว จึงต้องเว้นที่ว่างไว้สำหรับ Google Chrome ด้วย แต่ชั่วโมงนี้คงต้องยกความดีให้กับ FireFox ไปก่อน เพราะไม่ว่าจะรันบนแพลตฟอร์มไหน เล็กหรือใหญ่ FireFox ก็ยังคงได้รับความไว้วางใจให้เป็นเว็บบราวเซอร์ตัวโปรดที่คนส่วนใหญ่เลือก ใช้และไว้วางใจ

สำหรับผู้ใช้ Netbook ก็เข่นเดียวกัน การติดตั้ง FireFox 3.0 ไม่ได้ทำให้เครื่องคุณช้าลงอย่างที่คิด ถึงแม้ในช่วงแรกผู้ใช้หลายคนจะพบปัญหาเรื่องการแสดงผลบนหน้าเว็บเพจ แต่หลังจากปรับแต่ง FireFox ให้เข้ากับทรัพยากรระบบที่มี เว็บบราวเซอร์ตัวนี้ก็วิ่งฉิวไม่แพ้บนพีซีเลยเช่นกัน สำหรับผู้ที่ต้องการจูนอัพ ปรับสปีด FireFox คุณสามารถดูรายละเอียดในรูปแบบคลิปวิดีโอได้ที่ Youtube.com โดยค้นหาด้วยคีย์เวิร์ด “Speed Up FireFox” ส่วนโปรแกรม FireFox เวอร์ชันล่าสุด (3.1 Beta)

สามารถดาวน์โหลดได้ที่ : http://www.softpedia.com/get/Internet/Browsers/Mozilla-Firefox-Final.shtml

5. VLC Media Player

ถ้า คุณจะดูหนังบน Netbook ด้วยโปรแกรมตัวเดียวกับที่ใช้บนพีซีละก็ หากไม่ใช่โปรแกรมตัวเล็กๆ ที่กินทรัพยากรเครื่องน้อยๆ ละก็ ขอบอกเลยว่า Netbook ของคุณจะทำงานได้ช้าลงแน่ VLC Media Player เป็นโปรแกรมเล่นไฟล์มีเดีย ทั้งวิดีโอ ออดิโอ ที่มาจากฝั่งโอเพ่นซอร์ส ซึ่งการันตีในเรื่องการใช้ทรัพยากรของเครื่องน้อย และมีขนาดไฟล์ไม่ใหญ่

ถ้า คุณเคยใช้ Windows Media Classic ที่มากับชุด Codec ของโปรแกรม K-Lie ตัวนี้จะมีขนาดเล็กกว่า แถมคุณสมบัติก็ไม่ธรรมด้วย โดยรอบรองฟอร์แมตวิดีโอ/ ออดิโอ ได้เกือบทุกชนิด จุดเด่นของโปรแกรมตัวนี้นอกจากขนาดกะทัดรัดแล้ว ยังสนับสนุนการทำสตรีมมิ่งวิดีโอ/ออดิโอ ได้อีกด้วย ซึ่งรองรับโพรโตคอลสื่อสารอย่าง IPV6 ทำ Video LAN ขนาดย่อมๆ ในวงแลนของคุณได้เลย ที่สำคัญยังเป็นโอเพ่นซอร์สที่แจกจ่ายโค้ดโปรแกรมสำหรับผู้ที่ต้องการนำไป พัฒนาต่ออีกด้วย มีให้เลือกทั้งเวอร์ชันบนวินโดวส์ แมคฯ และลินุกซ์

สนใจเข้าไปดาวน์โหลดโปรแกรมและโค้ดได้ที่ http://www.videolan.org/vlc/


6. 7-Zip

7-Zip โปรแกรมโคตรซิป คู่แข่ง WinRAR และ WinZIp ที่คุณไม่ต้องเสียเงินซื้อ เพราะเป็นฟรีแวร์ที่แจกให้ใช้งานกันฟรีๆ จุดเด่นของ 7-Zip ก็คือ มันสามารถเปิดไฟล์ซิปได้ทุกประเภทไม่ว่าจะเป็น 7z, ZIP, GZIP, BZIP2, TAR, RAR, CAB, ISO, ARJ, LZH, CHM, MSI, WIM, Z, CPIO, RPM, DEB แ ละ NSIS ในเว็บไซต์ผู้ผลิตระบุคุณสมบัติของโปรแกรมตัวนี้ว่าสามารถบีบอัดไฟล์โดยมี อัตราส่วนที่มากกว่าทั้ง WinZIp และ WinRAR อยู่พอสมควร อันนี้ต้องไปลองใช้กันเองครับถึงจะรู้ว่าสมราคาคุยหรือไม่ นอกจากนี้ยังมีขาดไฟล์ติดตั้งที่ไม่ใหญ่ด้วย ใช้ทรัพยากรเครื่องน้อยเวลาทำงาน จึงเหมาะกับการนำมาใช้บนโน้ตบุ๊กจิ๋วอย่าง Netbook ได้สบาย

สำหรับผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดฟรีแวร์ตัวนี้ได้ที่ http://www.7-zip.org/

7. JkDefrag Portable

เมื่อ ถึงเวลาที่คุณต้องจัดเรียงข้อมูลในฮาร์ดดิสก์หรือ SSD Drive บนเครื่อง Netbook นั้น การใช้โปรแกรม Defrag ที่อยู่บนวินโดวส์ หรือโปรแกรม Defrag อื่นๆ ที่ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อระบบพอร์ตเทเบิล เครื่องจะอยู่ในสภาวะโหลด และแทบจะใช้งานอะไรไม่ได้เลยในระหว่างที่มีการจัดเรียงข้อมูล สำหรับ JkDefrag Portable เป็นโปรแกรมจัดเรียงข้อมูลรวมถึงซ่อมแซมโครงสร้างไฟล์ระบบที่เสียหายได้อีก ด้วย ตัวโปรแกรมมีขนาดเล็กไม่ถึง 1MB แต่ก็มีระบบกราฟิกเอาไว้ติดต่อกับผู้ใช้ สนับสนุนการใช้งานกับฮาร์ดดิสก์ขนาดใหญ่ และรองรับไฟล์ขนาดใหญ่ของแพลตฟอร์ม 64-บิต ด้วยเช่นกัน คุณสามารถเซฟโปรแกรม JKDefrag ใส่แฟลชไดรฟ์ เครื่องเล่น iPod แผ่นซีดี หรือสื่อเก็บข้อมูลอื่นๆ แล้วนำไปใช้งานได้กับทุกเครื่อง ทั้งพีซี โน้ตบุ๊ก และ Netbook

สามารถดาวน์โหลดยูทิลิตี้ตัวนี้ได้ที่ : http://www.freewarefiles.com/JkDefrag-Portable_program_43698.html

8. InfraRecorder Portable

โปรแกรม เบิร์นแผ่นอย่าง Nero และ Alcholhol120% อาจจะไม่เหมาะกับโน้ตบุ๊กเครื่องเล็กๆ อย่าง Netbook เพราะใช้พื้นที่ติดตั้งโปรแกรมมาก อีกทั้งเวลาใช้งานทรัพยากรของเครื่องจะถูกโหลดการทำงานมากขึ้น สำหรับผู้ใช้ Netbook ที่มีเครื่อง DVD Writer แบบติดตั้งภายนอกอยู่ด้วย ผมแนะนำให้ใช้โปรแกรมที่ชื่อ InfraRecorder Protable แทนครับ ตัวโปรแกรมถูกออกแบบมาเพื่อใช้งานอยู่บนแพลตฟอร์มแบบพอร์ตเทเบิลได้อย่างลง ตัว ตั้งแต่พวกเครื่อง UMPC จนมาถึง Netbook คุณสมบัติของโปรแกรมนั้นเรียกได้ว่าเกินตัวครับ ไม่ว่าจะเป็นฟังก์ชันการใช้งานพื้นฐานทั่วไป การรองรับไฟล์ในฟอร์แมตต่างๆ ทั้งดาต้าทั่ว วีดิโอ/ออดิโอ (เซฟแทร็กออดิโอไปเป็นไฟล์ .wav, .wma, .ogg, .mp3 และ .iso) สนับสนุน DVD-Dual Layer นอกจากนี้หากต้องการ Rip MP3 คุณสามารถดาวน์โหลดปลั๊กอินเสริมลงไปได้ เท่าที่ดูจากคุณสมบัติต่างๆ ต้องยกนิ้วให้เลยครับ เป็นโปรแกรมเบิร์นแผ่นที่เล็กพริกขี้หนูจริงๆ

ดาวน์โหลดได้ที่ : http://www.download.com/InfraRecorder-Portable/3000-2646_4-10836498.html

9. Cornice Portable

โปรแกรม ดูภาพสำหรับแพลตฟอร์มพอร์ตเทเบิลที่มีคุณสมบัติไม่แพ้โปรแกรมตัวใหญ่ๆ อย่าง ACDSee ด้วยขนาดไฟล์ติดตั้งทั้งหมดเพียง 6MB แต่อัดแน่นด้วยฟังก์ชันใช้งานที่เพียบพร้อม เช่น การจัดเรียงภาพในลักษณะ Thumbnail ที่ไม่ต้องรอโหลดภาพนานเหมือนกับโปรแกรมบางตัว ระบบซูมภาพเข้า-ออก ที่ไม่ทำให้เครื่อง Netbook ของคุณต้องโหลดนาน สามารถทำสไลด์ โชว์ จากภาพที่เก็บไว้ในเครื่องได้ทันที นอกจากนี้หากคุณมีไฟล์ภาพที่เก็บอยู่ในเครื่องเล่น ipod ที่เชื่อมต่อกับ Netbook แล้วละก็ คุณสามารถใช้โปรแกรมเข้าถึงไฟล์ภาพเพื่อเรียกขึ้นมาดูได้อีกด้วย สำหรับโปรแกรมดูภาพและจัดการภาพนี้ ถือเป็นหนึ่งในโปรแกรมสามัญประจำเครื่องคอมพ์แทบทุกเครื่อง ซึ่งเครื่อง Netbook ก็เช่นเดียวกัน หากคุณต้องการเปิดภาพขึ้นมาดูอย่างราบรื่น ไม่มีสะดุด ลองติดตั้ง Cornice Portable ลงไปใน Netbook ของคุณดูครับ

โดยสามารถดาวน์โหลดมาใช้งานได้ฟรีๆ จากเว็บไซต์ : http://cornice-portable.10001downloads.com/

10. ClamWin Portable

ปัญหา อย่างหนึ่งของผู้ใช้ Netbook คือ ไม่รู้ว่าจะเลือกใช้โปรแกรมแอนติไวรัสตัวไหนดี เพราะส่วนใหญ่ที่มีนั้นก็เป็นแอนติไวรัสที่รันอยุ่บนเครื่องพีซีและโน้ตบุ๊ก ทั่วไป อัดแน่นด้วยฟีเจอร์ใช้งานมากมาย แน่นอนว่าเขมือบทรัพยากรของเครื่องมากด้วย หากติดตั้งโปรแกรมแอนติไวรัสพวกนี้ลงในเครื่อง Netbook ที่มีทรัพยากรจำกัดแล้วละก็ แอนติไวรัสจะทำให้เครื่องของคุณอืดไปเลย

แต่ สำหรับ CalmWin Antivirus นั้นตรงกันข้ามครับ มันสามารถป้องกันไวรัสและสปายแวร์ต่างๆ ได้ดีพอตัวเลย มีความรวดเร็วในการทำงานสูง ตัวโปรแกรมนั้นจะได้รับการอัพเดตฐานข้อมูลไวรัสจากเว็บไซต์ผู้ผลิตทุกครั้ง ที่คุณเปิดเครื่องเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต หรือทุกครั้งที่มีไฟล์อัพเดตออกมาใหม่ เนื่องจากมันถูกออกแบบมาเพื่อระบบฮาร์ดแวร์ที่ค่อนข้างจำกัด การสแกนค้นหาไวรัสจึงต้องทำแบบแมนนวล นั่นคือผู้ใช้ต้องสร้างตารางเวลาสำหรับการสแกนไวรัสขึ้นมา โดยมันจะไม่มีระบบสแกนแบบเรียลไทม์มาให้ สำหรับผู้ที่ต้องกรนำไปติดตั้งบน Netbook

สามารถดาวน์โหลดได้ที่ : http://www.download.com/ClamWin-Portable/3000-2239_4-10703785.html


Thanks : www.arip.co.th