หน้าเว็บ

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Admin แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Admin แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2552

How To Use iptables for Linux Firewalls

How To Use iptables

You can start, stop, and restart iptables after booting by using the commands:
# service iptables start
# service iptables stop
# service iptables restart


To get iptables configured to start at boot, use the chkconfig command:.
# chkconfig iptables on

You can determine whether iptables is running or not via the service iptables status command. Fedora Core will give a simple status message. For example
# service iptables status

iptables Won't Start
# touch /etc/sysconfig/iptables
# chmod 600 /etc/sysconfig/iptables
# service iptables start

Example : Allowing WWW And SSH Access To Your Firewall
#---------------------------------------------------------------
# Allow previously established connections
# - Interface eth0 is the internet interface
#---------------------------------------------------------------

iptables -A OUTPUT -o eth0 -m state --state ESTABLISHED,RELATED \
-j ACCEPT

#---------------------------------------------------------------
# Allow port 80 (www) and 22 (SSH) connections to the firewall
#---------------------------------------------------------------

iptables -A INPUT -p tcp -i eth0 --dport 22 --sport 1024:65535 \
-m state --state NEW -j ACCEPT
iptables -A INPUT -p tcp -i eth0 --dport 80 --sport 1024:65535 \
-m state --state NEW -j ACCEPT

And More at linuxhomenetworking.com

วันศุกร์ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

Webwin for New Admin

Webmin


ทางลัดของการพาตัวเองไปเป็นผู้ดูแลระบบปฏิบัติการที่เรียกว่าลีนุกซ์ หลายคนเคยมีประสบการณ์เลวร้ายกับการจัดการคอนฟิกด้วยเท็กซ์ไฟล์มาก่อนย่อมจะ รู้ซึ้งเป็นอย่างดี

ลอง ติดตามเรื่องราวที่เราจะนำเสนอต่อไปนี้ซิ มันจะช่วยทำให้เราลืมฝันร้ายเหล่านั้น เพราะนี่คือการจัดการเซิร์ฟเวอร์ทั้งตัวผ่านเว็บบราวเซอร์

เว็บมินคืออะไร

แน่ นอนว่าจะต้องเป็นคำถามแรกของคนที่เพิ่งจะได้ยินเป็นครั้งแรก แท้จริงแล้วเว็บมินเป็นโปรแกรมที่ทรงพลังมากในการจัดการระบบปฏิบัติการอย่าง ลีนุกซ์และยูนิกซ์ได้อย่างน่าอัศจรรย์ ด้วยการควบคุมผ่านเว็บมิน คุณสามารถจัดการทุกเรื่องของระบบได้ ไม่ว่าจะเป็นการแก้ไขไฟล์คอนฟิกต่างๆ เรื่อยไปจนถึงการจัดการเกี่ยวกับบัญชีผู้ใช้งาน หรือจะจัดการเรื่องของเมล์เซิร์ฟเวอร์ที่ต้องการเงื่อนไขการใช้งานที่ซับ ซ้อนกว่าเดิม และแน่นอนว่ามันถูกออกแบบมาให้ผู้ใช้งานสามารถทำงานได้อย่างรวดเร็วโดยที่ ไม่ต้องพึ่งพาคอมมานด์ไลน์แต่อย่างใด นอกจากนั้นยังทำการเริ่มต้นบริการต่างๆ ให้โดยอัติโนมัติ นี่คือซอฟต์แวร์ในฝันของบรรดาผู้ที่ทำงานในตำแหน่งที่เรียกว่า “แอดมิน” มาดูกันดีกว่าว่าเว็บมินสามารถจัดการอะไรให้เราได้บ้าง

-สามารถเพิ่มลดจำนวนผู้ใช้งานในระบบได้อย่างอิสระ


-จัดการส่งไฟล์และไดเรกทอรีสู่ระบบอื่นผ่านทาง NFS


-กำหนดขนาดของพื้นที่ใช้งานของผู้ใช้งานแต่ละคนได้อย่างอิสระ


-จัดการกับแพคเกจอย่าง RPM ได้ทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นการถอดถอนหรือติดตั้ง รวมไปถึงจัดการแพคเกจอื่นด้วย


-จัดการเรื่องของเน็ตเวิร์คตั้งแต่การเปลี่ยนค่าของ IP Address เรื่อยไปจนถึง DNS


-จัดการเรื่องของ Firewall ได้อย่างง่ายดายผ่านเว็บบราวเซอร์


-ควบคุมการทำ Virtual Host และ Web Server ผ่าน Apache ได้อย่างง่ายดาย


-จัดการเรื่องของดาต้าเบสทั้งหมดของ MySQL และ PostgreSQL


-จัดการเรื่อง File Sharing กับระบบวินโดวส์ได้


นี่ยังไม่ ใช่ความสามารถทั้งหมดของเว็บมิน แต่เป็นแค่บางส่วนที่เป็นงานบริการพื้นฐานที่มักจะใช้งานกันเท่านั้นแท้จริง แล้วมันสามารถจัดการบริการทุกอย่างที่ลีนุกซ์สามารถให้บริการได้ผ่านทางหน้า ต่างของเว็บบราวเซอร์ ซึ่งเป็นการป้องกันคุณจากเรื่องของการพิมพ์คำสั่งผิดพลาดหรือแก้ไขคอนฟิก ไฟล์ผิดรูปแบบที่มักจะเกิดขึ้นบ่อยๆ จากการแก้ไขไฟล์ตรงๆ อีกทั้งยังทำการเตือนคุณก่อนสำหรับงานที่ต้องการความเชื่อมั่นสูง นั่นก็คืองานที่สั่งให้ทำแล้วจะกระทบกับระบบมากๆ มันจะทำการเตือนเพื่อให้เรายืนยันอีกครั้งก่อนสั่งงานจริงเสมอ


ด้วยความ ที่มันเป็นการทำงานผ่านบราวเซอร์นี่เองที่ทำให้เว็บมินมีความคล่องตัวสูงมาก ขอเพียงแค่คุณนั่งทำงานอยู่บนเครื่องไหนก็ได้ที่เชื่อมต่อยู่กับเน็ตเวิร์ค เดียวกัน คุณก็สามารถควบคุมลีนุกซ์ของคุณผ่านบราวเซอร์จากเครื่องไหนก็ได้ แตกต่างจากบางระบบที่จะต้องใช้การรีโมทเข้ามา โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณต้องการใช้งานผ่านการรีโมทแบบ GUI รับรองว่ามันจะทั้งช้าทั้งอืดแน่ๆ ดังนั้นการทำงานผ่านเว็บเบสดูเหมือนจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดตอนนี้


เว็บ มินมีการออกแบบเป็น “โมดูล” ซึ่งอธิบายให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือมันถูกออกแบบมาให้ทำงานเป็นส่วนๆ ไม่ใช่เกี่ยวโยงกันทั้งระบบ ดังนั้นการลบเพิ่มหยุดหรือทำงานของบริการต่างๆ จึงเป็นเรื่องที่สามารถทำได้อย่างอิสระ นั่นรวมไปถึงการติดตั้งและถอดถอนแพกเกจต่างๆ ด้วย จึงไม่น่าแปลกใจที่เว็บมินมักจะถูกใช้ในการบริหารบริการต่างๆ ที่ลีนุกซ์ทำอยู่


ถ้าคุณเป็น คนหนึ่งที่ยังคงจัดการทุกอย่างด้วยตัวเองอยู่ละก็ แนะนำให้ว่าต่อไปจากนี้ให้เว็บมินช่วยคุณดีกว่า เพราะมันจะทำการอ่านค่าต่างๆ ทุกครั้งเมื่อมันถูกเรียกขึ้นมาใช้งาน และไม่ต้องห่วงว่าเมื่อคุณใช้เว็บมิน ไปแล้วจะทำให้คุณสูญเสียการควบคุมไป อย่างที่บอกมันจะอ่านค่าใหม่ทุกครั้งที่มันถูกเรียกใช้งาน ดังนั้นเวลาที่คุณไม่ใช้งานมันแล้วแก้ไขงานทุกอย่างด้วยตัวเอง หลังจากนั้นถ้าคุณเรียกใช้มันขึ้นมาใช้งานมันก็จะแสดงงานล่าสุดที่คุณเพิ่ง จะทำมันไป ดังนั้นคุณสามารถใช้งานแบบลูกผสมได้ ถือซะว่ามันเป็นเครื่องมือดีๆ ที่ควรจะมีไว้ข้างกาย


ประโยชน์ อีกอย่างของการเรียนรู้วิธีจัดการผ่านเว็บมินก็คือ มันไม่ได้ถูกออกแบบมาสำหรับลีนุกซ์เท่านั้น คุณสามารถนำหลักการต่างๆ ไปใช้ได้ในการทำงานผ่านเว็บมินที่ทำงานอยู่บนเครื่องตระกูลยูนิกซ์ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น Solaris, FreeBSD หรือ HP/UX ก็ ยังไหว อาจจะแตกต่างกันไปบ้างแต่โดยรวมแล้วสามารถปรับตัวได้ไม่ยาก อย่างน้อยคุณก็คุ้นเคยกับหน้าตาของมันบ้างแล้ว ที่เหลือก็จัดการได้ไม่ยากแล้ว เห็นไหมว่าลงทุนเรียนครั้งเดียวก็สามารถไปลุยได้หลายสนามรบ


แต่จะขอย้ำ กันอีกครั้งว่าเว็บมินไม่ใช้แก้วสารพัดนึก มันเป็นเครื่องมือที่เอาไว้ช่วยในการปรับแต่งระบบให้เป็นไปอย่างที่เราต้อง การ มันจะจัดการเฉพาะสิ่งที่มีอยู่ในระบบแล้วเท่านั้น ดังนั้นก่อนที่จะให้เว็บมินจัดการอะไรให้คุณก็ต้องทำการติดตั้งมันก่อน เรื่องของเรื่องก็คือมันจะจัดการกับงานบริการมาตรฐานที่ลีนุกซ์ทุกๆ ตัวมีอยู่เท่านั้น ซึ่งส่วนใหญ่จะเหมือนกัน


ใครบ้างที่ต้องใช้ Webmin


โปรแกรม ตัวนี้เหมาะสำหรับคนที่ต้องมีประสบการณ์กับลีนุกซ์มาบ้างแล้ว ถ้าจะให้ดีควรจะเป็นคนที่มีความรู้เกี่ยวกับการเป็นผู้ดูแลระบบมาบ้างแล้วจะ ดีมาก เพราะว่าถ้าคุณอยากจะทำให้เรื่องการจัดการกับยูเซอร์ภายในระบบหรือจัดการกับ พร็อกซีเซิร์ฟเวอร์อย่างสควิดให้เป็นเรื่องง่ายแล้วละก็ คุณจะต้องมีไอเดียอยู่ก่อนแล้วว่าอยากจะจัดการอะไรบ้างกับยูเซอร์ในระบบ หรือต้องมีไอเดียแล้วว่าจะจัดการกับพร็อกซีเซิร์ฟเวอร์เรื่องไหนบ้างหรือ อยากจะปรับจูนระบบตรงส่วนไหน ดังนั้นคนที่จะใช้เว็บมินควรจะเป็นคนที่ใช้งานลีนุกซ์อยู่แล้วถ้าไม่ใช่ที่ บ้านก็ต้องเป็นที่ทำงาน


นอกจากจะต้องเคยผ่านการใช้งานลีนุกซ์มาแล้ว คุณสมบัติต่อมาก็คือเรื่องของ TCP/IP ต้องเป็นพื้นฐานที่สามารถเข้าใจได้ เรียกว่างานนี้ต้องเชี่ยวเรื่องเน็ตเวิร์คพอตัวเลยที่เดียวอย่างน้อยถ้าพูดถึง DNS ก็ ต้องนึกภาพออกว่ากำลังจะต้องเจอกับอะไร เท่านั้นยังไม่พอคุณจะต้องรู้จักกับรูปแบบของไฟล์ในระบบยูนิกซ์ รวมไปถึงรู้จักกับคำว่า “user” และ “group” คืออะไร และถ้าคุณต้องการจัดการกับเว็บเซิร์ฟเวอร์อย่าง Apache อีกทั้งยังต้องการพร็อกซีเซิร์ฟเวอร์อย่าง Squid คุณก็ต้องจิตนาการไว้ก่อนแล้วว่าระบบที่คุณต้องการนั้นจะต้องปรับแต่งตรงไหนบ้าง


คุณควรจะทราบด้วยว่าขณะที่ใช้งานเว็บมินนั้นคุณกำลังทำงานในสถานะของ “root” นั่น หมายถึงคุณสามารถทำทุกสิ่งทุกอย่างได้ ตั้งแต่ลบไฟล์เล็กๆ น้อยๆ ไปจนถึงลบไฟล์ทั้งหมดระบบก็ทำได้ ดังนั้นโอกาสที่จะทำให้ระบบของคุณบูตไม่ขึ้นอีกเลยก็เป็นไปได้ นี่คือเรื่องที่เกิดขึ้นได้ถ้าคุณไม่มีความรู้เรื่องเกี่ยวกับระบบเลย แม้ว่าเว็บมินจะมีการเตือนเกี่ยวกับการทำงานที่จะส่งผลร้ายแรงกับระบบให้ ทราบทุกครั้งก็ตาม แต่ถ้าคุณก้มหน้าก้มตากด “เยส” อย่างเดียวรับรองว่าระบบของคุณพังแน่


เว็บ มินทำงานได้ทั้งในขณะที่คุณออนไลน์และออฟไลน์ แต่ดูเหมือนว่าคุณจะได้ประโยชน์เต็มที่จากมันก็คือตอนที่คุณออนไลน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนที่คุณต้องการโมดูลต่างๆ เพิ่มหรือต้องการอัพเกรดแพคเกจหลายๆ ตัว เว็บมินจะจัดการเรื่องทั้งหมดนี้ให้คุณ ถ้าจะให้ดีก็ควรจะเป็นการเชื่อมต่อผ่านอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง แต่ถ้าจะเป็นการหมุนผ่านสายโทรศัพท์ก็ยังพอไหว ก็มันทำงานผ่านบราวเซอร์นี่นา


อย่างที่ทราบกันแล้วว่าหากจะใช้เว็บมินต้องเป็น “root” เท่า นั้น คุณถึงจะจัดการกับระบบได้ไม่ว่าจะติดตั้งหรือเปิดปิด ซึ่งการใช้ยูเซอร์ธรรมดาทั่วๆ ไปใช้งานไม่ได้ ทำให้บางครั้งคุณก็ต้องพึ่งพาจมูกคนอื่นหายใจ ก็อย่างกรณีที่คุณไปใช้โฮสต์ร่วมกับคนอื่น คุณก็ต้องไหว้วานให้คนดูแลระบบเป็นคนจัดการเรื่องต่างๆ ให้เรา ถ้าจะให้ดีก็ต้องใช้กับเซิร์ฟเวอร์ของตัวเองดูจะเหมาะสมที่สุด


แต่ ถ้าคุณเป็นผู้เชี่ยวชาญกับการจัดการระบบแล้วละก็ คุณจะไม่คิดเลยว่าเว็บมินเป็นเครื่องมืออำนวยความสะดวกตรงไหน ก็ในเมื่อมันช่างเชื่องช้ากว่าการใช้มือพิมพ์เอาเป็นไหนๆ ก็แน่ละมันทำงานผ่านบราวเซอร์นี่น่าจะเร็วเท่ามือพิมพ์ได้อย่างไร แต่ถ้าจะมองให้เป็นประโยชน์ก็คือถือซะว่ามันเป็นเครื่องมือสำหรับช่วยตรวจ สอบเรื่องของเครื่องหมายวรรคตอนในไฟล์คอนฟิกก็น่าจะได้ เพราะบางครั้งคนเก่งๆ ก็พลาดได้กับเรื่องง่ายๆ เหมือนกัน เว็บมินจะเหมาะกับใครนั้นก็คงจะบอกได้อย่างเดียวว่า มันเหมาะกับคนทุกระดับยกเว้นคนที่ไม่รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับลีนุกซ์เลยนั้น เอง


ใครเป็นคนพัฒนาเว็บมิน


Jamie Cameron เริ่มโครงการนี้ในปี 1997 ผ่าน ร้อนผ่านหนาวมาหลายครั้งกว่าจะออกเป็นหน้าตาอย่างที่เราเห็นอยู่นี้ ผ่านการเขียนใหม่ก็หลายครั้ง แต่ก็ออกมาสมใจอยาก สำหรับเหตุจูงใจที่ทำให้ต้องเขียนเว็บมินขึ้นมาก็เกิดขึ้นตอนที่ทำงานเป็น แอดมินดูแล DNS เซิร์ฟเวอร์ ซึ่งเวลาทั้งวันของเขาไม่ได้หยุดเลยต้องวุ่นอยู่กับการเพิ่มโฮสต์ใหม่ๆ ที่ลูกค้าต้องการให้เพิ่มเข้าไป อีกทั้งยังต้องจัดการตามความต้องการของลูกค้า ต้องแก้ไขคอนฟิกไฟล์อีกทั้งยังต้องรีสตาร์ทบริการอย่าง DNS บ่อยๆ เขาก็เลยต้องหาเครื่องมือสำหรับจัดการเรื่องพวกนี้ให้ง่ายเข้าไว้ แล้วคำตอบก็มาลงที่การทำหน้าจอแบบง่ายๆ ผ่านบราวเซอร์

จากการควบคุม DNS ผ่าน เว็บเบสได้ผลทำให้เขาคิดที่จะจัดการเรื่องอื่นๆ ต่อไป ค่อยๆ เพิ่มเข้าไปทีละโมดูลต่อโมดูล เริ่มจากการจัดการควบคุมเกี่ยวกับยูเซอร์ การแชร์ไฟล์ผ่าน Samba การตั้งเวลาการทำงานของระบบ และการทำงานที่จำเป็นอื่นๆ อีก หลังจากก็ทำการแจกจ่ายออกไป ปรากฏว่าผลตอบรับออกมาดีมาก ก็เลยมีกำลังใจที่จะทำต่อไป มาวันนี้เว็บมินมีโมดูลมากถึง 83 โมดูล รองรับการทำงานหลากหลายภาษา วันนี้เว็บมินสามารถควบคุมการทำงานของลีนุกซ์ได้ทั้งหมด คาดว่าตอนนี้จำนวนดูลจะมีเพิ่มขึ้นอีกมากกว่า100 โมดูล ซึ่งเป็นการพัฒนาจากชุมชนที่ส่งเข้ามา เว็บมินพร้อมแล้วสำหรับลีนุกซ์ของคุณ

Thanks : www.opensource.co.th

พาทัวร์ดูเว็บมิน (เรียนรู้เว็บมินตอนที่2)

มาทัวร์เว็บมินกันดีกว่า
สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น เขียนไปหลายสิบหน้าก็ไม่เท่ากับเอาหน้าจอมาให้ดู ว่าแล้วเราก็ไปดูกันเลยดีกว่าว่าการใช้งานนั้นจะง่ายอย่างที่บอกไว้หรือ เปล่า

พาทัวร์ดูเว็บมิน

การควบคุบเว็บเซิร์ฟเวอร์อย่าง Apache ใครว่าเป็นเรื่องยากลองจัดการด้วย Webmin แล้วคุณจะรู้ว่าบางครั้งชีวิตก็ไม่ได้ยากอย่างที่คิด


เรื่อง จัดการกับรหัสผ่านก็ไม่ใช่ยาขมอีกต่อไป เรียกคนที่คุณต้องการขึ้นมาแล้วก็จัดการตั้งรหัสใหม่ จากนั้นก็สั่งให้เปลี่ยน เท่านี้ก็จบแล้ว


ใครที่เคยตั้งเวลาให้ระบบทำโน่นทำนี่ผ่าน cron แล้วไม่เวิร์ค ลองแบบนี้ดูบ้างซิว่าจะทำได้ง่ายไหม เลือกวันเวลาและคำสั่งที่คุณต้องการได้เลย

เรื่องน่าเวียนหัวอย่าง DNS จะกลายเป็นขนมหวานก็คราวนี้แหละ


การแชร์ไฟล์ผ่าน Samba ก็จะกลายเป็นเรื่องที่สบายๆ อย่างจะกำหนดอะไรตรงไหนให้ใครเห็นบ้างใช้ได้หรือไม่ได้ก็ตามสะดวก

ใช่ ว่าจะเก่งแต่จัดการงานบริการเท่านั้น การแชร์เครื่องพิมพ์ก็ทำได้ไม่น้อยหน้า แต่จะว่าไปแล้วการสั่งพิมพ์งานมันก็งานบริการเหมือนกันนี่นา


fdisk คุณ คงไม่อยากจะเชื่อใช่ไหมว่าการสั่งงานผ่านบราวเซอร์จะทำได้แม้กระทั่งเรื่อง ของการแบ่งพาติชันของฮาร์ดดิสก์ของคุณ อันนี้น่ากลัวจะเป็นเรื่องต้องระวังซะแล้ว

table ไหน field ไหน ก็จัดการได้หมด มีตัวบริหารฐานข้อมูลดีๆ แบบนี้ไม่ใช้ก็ไม่รู้จะว่าอย่างไรแล้ว

Thanks : www.opensource.co.th


ติดตั้งเว็บมินกันเถอะ

ติดตั้งเว็บมินกันเถอะ
หลังจากได้ทำการแนะนำให้รู้จักที่มาที่ไปของสุดยอดโปรแกรมจัดการลีนุกซ์ผ่า นบราวเซอร์ชื่อเว็บมินไปแล้ว เชื่อว่าหลายคนอยากรู้จักมากกว่านี้ เนื้อหาตอนนี้ก็เลยว่าด้วยการดาวน์โหลด ติดตั้งเรื่อยไปจนถึงการเข้าใช้งานครั้งแรก เราใกล้กับคำว่า “ลีนุกซ์คลิกเดียว” เข้าไปทุกทีแล้ว

ดาวน์โหลดเว็บมินของคุณ

เริ่มเรื่องกันได้เลย แน่นอนว่าถ้าคุณต้องการเว็บมินเวอร์ชันล่าสุดก็ต้องไปเด็ดออกมาจากต้นกันเลย www.webmin.com เชิญเข้าไปดาวน์โหลดมาได้เลย ตอนที่กำลังเขียนอยู่นี้เป็นเวอร์ชัน 1.220 อย่า กลัวไปเลย แม้ว่ามันจะมีการอัพเดทกันอยู่บ่อยๆ แต่วิธีการใช้งานและหน้าจอในการควบคุมจะยังคงใช้งานได้อยู่อย่างไม่ต้องมี การเรียนรู้กันใหม่ ดังนั้นสบายใจได้ถ้าคุณจะเริ่มศึกษาตั้งแต่ตอนน

สำหรับคนที่ใช้ลีนุกซ์บางดิสตริบิวชันอย่าง Mandrake คุณจะพบว่าดิสตริบิวชันเหล่านี้ได้ทำการรวมเอา Webmin เข้า ไปด้วยแล้ว และมักจะทำการติดตั้งลงไปด้วยเวลาที่คุณเลือกแพคเกจแบบระบบเลือกให้ หากคุณพบว่าเวอร์ชันที่มาพร้อมกับดิสตริบิวชันเหล่านี้มักจะไม่ใช่เวอร์ชัน ล่าสุด กล่าวคือมันเก่ากว่าเวอร์ชันที่อยู่บนเว็บ ไม่ต้องตกใจไปแม้จะเก่าแต่ก็ใช่ว่าจะล้าสมัย มันเป็นเวอร์ชันที่สมบูรณ์แล้วเพียงแต่ไม่ได้อัพเดทสุดๆ เท่านั้นเอง หากคุณรู้สึกไม่สบายใจเพราะเรื่องนี้ก็ไม่มีใครห้ามถ้าคุณจะดาวน์โหลดของ ใหม่กว่ามาลง

ส่วนบรรดาสาวก
Debian และ Gentoo ก็ไม่ต้องห่วงเรื่องความอัพเดท เป็นจุดแข็งของสองดิสโทรนี้อยู่แล้ว แน่นอนคุณจะคุ้นเคยกับ apt-get install webmin สำหรับ Debian และ emerge webmin สำหรับ Gentoo เท่า นี้เว็บมินตัวใหม่ก็จะมาอยู่ในเครื่องของคุณแล้ว แต่ถ้าไม่เชื่อมั่นในระบบอยากจะดาวน์โหลดเองก็ไม่ว่ากันเข้าไปที่เว็บไซต์ ข้างต้นได้เลย

ถ้าหากคุณเป็นคนที่มีระบบ
Webmin เอาไว้ใช้ เรียบร้อยแล้ว ก็ไม่ต้องน้อยอกน้อยใจไป คุณก็สามารถเข้าไปดาวน์โหลดตัวใหม่มาติดตั้งทับลงไปได้เช่นกัน ของแบบนี้เท่าเอาไว้รองรับการอัพเดทอยู่แล้ว รับรองว่าคอนฟิกไฟล์ของ Squid และ Apache ที่สวยหรูของคุณจะไม่ถูกแตะต้องเลยแม้แต่น้อย (แต่ทางที่ดีก็ควรจะอ่านวิธีการอัพเดทอย่างละเอียดนะ แล้วก็ควรจะสำรองระบบเอาไว้ด้วย) มาดูกันดีกว่าว่า Webmin มีให้เราใช้งานในรูปแบบไหนบ้าง และระบบไหนที่เหมาะสำหรับการใช้งาน

Webmin ถูกพัฒนาขึ้นมาสำหรับใช้งานบน UNIX แทบ จะทุกตระกูล แน่นอนว่ามันย่อมจะทำงานได้ดีสำหรับลีนุกซ์ด้วย แต่ก็อย่างว่าแหละทุกวันนี้ระบบปฏิบัติการมีหลากหลายสายพันธุ์ ทางที่ดีไปเช็คความชัวร์กันเลยดีกว่าว่าใครบ้างมีคุณสมบัติพอที่จะใช้ Webmin ที่ www.webmin.com/support.html จะเห็นว่ามีรายชื่อมากเกือบจะ 50 ราย หากระบบที่คุณใช้ไม่มีในลิสต์ก็ขอแสดงความเสียใจด้วย ที่ระบบของคุณไม่ดังพอแล้วก็สำหรับคนใช้วินโดวส์ก็อย่ามองหาเลยไม่มีให้คุณ ใช้หรอก ก่อนจะดาวน์โหลดก็ต้องเช็คกันก่อนว่าระบบของคุณนั้นควรจะดาวน์โหลดเอาแพคเกจ แบบไหนไปใช้งาน

RPM – ถ้าคุณใช้ RedHat, SuSE, Mandrake, Cadera, MSC และบรรดาลีนุกซ์ที่ใช้ตัวบริหารแพคเกจที่ชื่อว่า RPM

Tar.gz – สำหรับคนที่ไม่ได้ใช้ RPM หรืออีกนัยหนึ่งก็คือพวกที่จัดว่าเป็นมือโปร ไม่ต้องง้อเครื่องมือลงเองติดตั้งเอง แม้มันจะติดตั้งยากกว่าก็เถอะ

Solaris – แน่นอนชื่อบอกชัดเจนอยู่แล้ว ถ้าคุณใช้ระบบที่ว่านี้ก็ต้องเอาตัวนี้ไปใช้งาน


ติดตั้งผ่าน RPM

มาถึงตอนนี้ก็เชื่อว่าคุณได้เลือกแล้วว่าจะใช้ RPM เป็น ตัวติดตั้ง ส่วนที่ดาวน์โหลดก็หาได้ไม่ยาก เพราะบนหน้าจอของเว็บไซต์ด้านมุมบนขวาจะมีให้เลือกอยู่แล้ว เอาเป็นว่าคุณดาวน์โหลดไฟล์ชื่อนี้มาเสร็จแล้ว webmin-1.220-1.noarch.rpm ก็มาทำการติดตั้งกันเลย ด้วยคำสั่งง่ายๆ ผ่านการทำงานของ “root”

#rpm –u webmin-1.220-1.noarch.rpm

เท่านี้ก็เรียบร้อย ถ้าระบบของคุณมีการติดตั้ง Perl เอาไว้แล้ว แต่ถ้ายังไม่เรียบร้อยก็ต้องไปตรวจดูในรายการก่อนว่าระบบของคุณรองรับหรือไม่ ถ้ารองรับแต่พยายามด้วย RPM แล้วไม่สำเร็จเห็นทีจะต้องไปใช้ของที่ยากกว่าอย่าง tar.gz แทนซะแล้ว

แต่ตอนนี้สมมติว่าคุณติดตั้งเสร็จแล้วอย่างถูกต้อง ก็มาดูวิธีการเข้าใช้งานกันต่อเลยดีกว่า อย่างที่ทราบว่า Webmin เป็นการทำงานผ่านบราวเซอร์หรือเรียกอีกอย่างว่าเป็นเว็บเบสนั่นเอง ดังนั้นการเรียกใช้งานก็ต้องผ่าน URL ว่าจะเรียกใช้ผ่านช่องทางไหน เพื่อความสะดวกในการเรียกใช้งานขอแบ่งออกเป็น 2 กรณีในการเรียกใช้กล่าวคือการเรียกใช้บนเครื่องที่ติดตั้ง Webmin และการเรียกใช้ผ่านไคลเอนต์ตัวอื่น มีการเรียกใช้ดังนี้

การเรียกใช้บนเครื่องที่ติดตั้ง : http://localhost:10000/

การเรียกใช้ผ่านเครื่องไคลเอนต์ : http://your-system-host-name:10000/

เพียงเท่านี้หน้าจอเข้าสู่ระบบของ Webmin ก็จะแสดงขึ้นมาให้เราทำการล็อกอินเข้าไปทำงานอื่นๆ ต่อได้แล้ว อ้อ...ลืมบอกไปว่ายูสเซอร์เนมและพลาสเวิร์ดนั้นให้ใช้ของ root ทั้งหมด เรียกว่าถ้ารหัส root เปลี่ยนของ Webmin ก็จะถูกเปลี่ยนตามไปด้วย


หน้าจอแรกของการเข้าสู่ระบบ


ส่วนเรื่องความมั่นคงของระบบ ถ้าหากระบบของคุณทำการติดตั้งและมีการใช้งาน
OpenSSL และNet::SSLeay แล้วละก็ Webmin จะทำการทำงานในโหมดที่ว่านี้ทันที นั่นทำให้เวลาที่คุณต้องการใช้งานต้องมีการเปลี่ยนรูปแบบเล็กน้อยนั้นคือการเรียกใช้ต้องเป็น https:// แทนที่จะใช้ http:// ธรรมดา ก็ถือเป็นเรื่องที่ดีสำหรับความมั่นคงของระบบ

ติดตั้งผ่าน tar.gz

แล้ว ก็มาถึงเวลาของบรรดามือโปรทั้งหลายอีกแล้ว อะไรที่ว่าง่ายๆ หรือเด็กๆ นั้นเราไม่ทำเราต้องการอะไรที่มันยากกว่าชีวิตถึงจะมีรสชาด ถ้าพร้อมแล้วก็ไปดาวน์โหลดไฟล์ที่ชื่อว่า webmin-1.220.tar.gz มากันเลยแล้วก็เข้าสู่วิถีทางแห่งการเป็นเซียนกันได้แล้ว


1.จัดการเข้าล็อกอิน root ให้เรียบร้อย

2.เลือกจุดหมายปลายทางที่จะติดตั้ง Webmin ถ้าหากยังไม่มีตัวเลือกในใจ การติดตั้งลงไปที่ /usr/local ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ หรือจะเอาไว้ที่ /opt ก็ไม่ว่ากัน

3.ทำการสำเนาไฟล์ wemin-1.220.tar.gz มาไว้ภายใต้ /usr/local

4.ทำการแตกแล้วก็แตกและติดตั้งตามชุดคำสั่งต่อไปนี้ตามลำดับ


#cd /usr/local

#gunzip webmin-1.1.100.tar.gz

#tar xf webmin-1.1.100.tar

#cd webmin-1.1.100

#./setup.sh


5.ให้ทำการตอบคำถามที่จะเกิดขึ้นหลังจากคำสั่งสุดท้าย (setup.sh)

Config file directory [/etc/webmin]

Log file directory [/var/webmin]

Full path to perl (/usr/bin/perl or /usr/local/bin/perl)

Web server port (default 10000)

Login name (default admin)

Login password

Use SSL (y/n)

Start Webmin at boot time (y/n)

6.ตอบคำถามครบหมดแล้วระบบจะทำการติดตั้งให้ เมื่อเสร็จสมบูรณ์แล้วระบบจะทำการบอก URL ที่จะเข้าใช้งาน Webmin ให้ได้เห็นและให้จำเพื่อเอาไปใช้ ก็จะเหมือนกับที่เราบอกคุณไปก่อนหน้านี้แล้ว ส่วนไฟล์ webmin-1.220.tar.gz และไดเรคทอรี /usr/local/webmin ที่เกิดจากการแตกตัวของ tar.gz ก็สามารถทำการลบออกได้เลยนอกเสียจากว่าคุณต้องการปรับแต่งคำถามในขั้นที่ห้าใหม่ แล้วคราวนี้จะเรียกใช้แบบไหนมีหรือไม่มี SSL ก็อยู่ที่คุณกำหนดเองแล้ว


ติดตั้งสำหรับคนใช้ Solaris

เอาใจคนใช้ Solaris กันบ้าง เพราะน้อยครั้งที่จะเขียนถึง แต่คราวนี้เพื่อเป็นการโชว์ศักยภาพของ Webmin ว่าทำงานได้หลากหลายแพลตฟอร์มมากๆ ก็เลยเอามาฝากกัน เหมือนเคยไปทำการดาวน์โหลดไฟล์ที่น่าจะมีชื่อประมาณว่า webmin-1.220.pkz.gz มองชื่อไฟล์แล้วก็พอจะเดาได้ว่ามันผ่านขั้นตอนอะไรมาบ้าง อย่ารอช้าเลยทำตามคำสั่งข้างล่างนี้ตามลำดับเลยดีกว่า

gunzip webmin-1.1.100.pkg.gz

pkgadd –d webmin-1.1.100.pkg.gz Wswebmin

ถ้าหากว่าการติดตั้งเกิดความผิดพลาดก็มีข้อควรระวังอยู่ก็คือมีการติดตั้ง Webmin มาก่อนหน้านี้แล้ว หรือไม่ก็หา Perl ไม่เจอ งานนี้มีการบังคับว่า Perl ต้องอยู่ภายใต้ /usr/local/bin/perl เท่านั้น หากระบบของคุณมีการติดตั้ง Perl อยู่ที่อื่นก็เพียงแต่ทำ Symbolic link มาที่ไดเรกทอรีข้างต้นก็เพียงพอแล้ว

หลัง จากติดตั้งเสร็จก็ไม่ต้องทำอะไรเพิ่มเติมอีกจัดการเปิดบราวเซอร์แล้วเข้าใช้ งานได้เลย ส่วนจะเรียกจากเครื่องแม่หรือเครื่องลูกความแตกต่างในการเรียกก็เหมือนกับ ที่เคยบอกไปแล้ว


การควบคุมเว็บมิน

มาถึงตรงนี้เราเชื่อว่าคุณสามารถทำการติดตั้งแล้วเข้าใช้งาน Webmin ได้ แล้ว หลังจากที่คุณล็อกอินเข้ามาได้แล้วคุณจะพบหน้าตาและการจัดหมวดหมู่ของ งานบริการต่างๆ ซึ่งจะมีมากน้อยก็แล้วแต่ว่าเซิร์ฟเวอร์ของคุณมีการติดตั้งและใช้งานบริการ อะไรมากน้อยขนาดไหน และถ้าหากคุณพบว่าหน้าตาของ Webmin ใน เครื่องต่างๆ จะมีสีสันหรือรูปไอคอนต่างๆ ไม่เหมือนกัน ก็ไม่ต้องตกใจเพราะหลายครั้งที่บรรดาดิสตริบิวชันต่างๆ เอาไปปรับแต่งเพื่อให้เข้ากับของตัวเอง หรือคุณจะปรับแต่งให้มันเป็นรูปแบบของคุณเองก็ได้ไม่ต้องตกใจ

แม้ ว่าหน้าตาจะแตกต่างกัน แต่วิธีการทำงานนั้นยังคงเหมือนกันทุกอย่าง นั่นก็คืออย่างปรับแต่งบริการส่วนไหนก็คลิกเข้าไปแล้วคุณจะเจอไอคอนย่อยที่ คอยบริการอยู่ ส่วนการล็อกเอาท์ก็เป็นสิ่งที่พึงกระทำ เพราะคงไม่ดีแน่ที่คุณจะเปิดหน้าจอของโปรแกรมที่สามารถทะลุทะลวงระบบของคุณ ได้อย่างหมดไส้หมดพุงเอาไว้

การ ทำงานของเว็บเบสแบบนี้ คุณต้องระวังเรื่องของการคลิกให้ดี เพราะคุณสามารถเข้าไปได้ในทุกส่วนของระบบ ควรศึกษาก่อนว่าจะทำอะไรกับบริการส่วนไหนบ้าง จริงอยู่ที่มันทำให้เราทำสะดวกมากขึ้น แต่ก็ต้องมีความรู้กับเรื่องที่ทำอยู่ถึงจะเป็นการดี

แยกหมวดหมู่เอาไว้อย่างเหมาะสม


การจัดสรรเรื่องพื้นที่ใช้งาน


หน้าตามีให้เลือกหลายแบบ


ตัวอย่างของงานที่เสร็จเรียบร้อยแล้ว

ไม่พอใจก็บอกเลิก

หากบริการของเราไม่เป็นที่ถูกใจเราก็ยกสิทธิให้กับผู้ใช้งานเป็นใหญ่ แน่นอนคุณสามารถถอดถอนเราได้ หากไม่อยากเก็บ Webmin เอาไว้ใช้งานก็จัดการตามนี้ได้เลย เข้าสู่สถานะของ root แล้วตามด้วยคำสั่งต่อไปนี้

/etc/webmin/uninstall.sh

เพียงเท่านี้ Webmin ก็ จะจากเราไปแล้ว แต่ก่อนจะจากจะมีการถามก่อนว่าจะทำการลบเฉพาะตัวโปรแกรมหรือจะทำการลบคอนฟิก ที่มันดูแลอยู่ด้วย อันนี้ก็ต้องระวังครับว่าคอนฟิกที่มันทำไว้ดีอยู่แล้วก็เก็บเอาไว้นอกเสีย จากไม่สนใจอะไรกับมันอีกแล้วก็ปล่อยมันไปเถอะ

อ่านตอนนี้จบเราก็ทำให้คุณเข้าใจ Webmin ขึ้น ได้เยอะทีเดียว อย่างน้อยคุณก็สามารถติดตั้งได้บนแพลตฟอร์มต่างๆ อีกทั้งยังทำการอัพเดทเป็นเวอร์ชันล่าสุดได้อีกด้วย แน่นอนว่าคุณจะสามารถเข้าใช้งานมันได้แล้ว และถ้าไม่ถูกใจก็ยังทำการลบออกได้อีกด้วย แต่เชื่อว่าการลบออกคงจะเป็นการทำเพื่อติดตั้งเวอร์ชันใหม่เข้าไปเท่านั้น เพราะโปรแกรมดีๆ แบบนี้ใครไม่อยากมีไว้ในเครื่องก็บ้าแล้ว


Thanks : www.opensource.co.th


ตั้งค่าเว็บมินให้ปลอดภัย


แล้วก็มาถึงตอนสำคัญสำหรับบรรดาคนใช้เว็บมินกันเสียทีหลังจากที่ได้เรียนรู้ ถึงพลังในการทำงานของมันมาแล้ว อย่างที่หลายสิ่งหลายอย่างบนโลกใบนี้เป็นกัน ซึ่งก็คือบางครั้งสิ่งที่ทรงพลังที่สุดกลับกลายเป็นสิ่งที่อันตรายที่สุดได้ เช่นกัน รู้แบบนี้แล้วเราจะไม่คิดปกป้องระบบของเราให้รอดพ้นอันตรายที่ว่ากันเลยหรือ

ปกป้องเว็บ(มิน)ของเรากันเถอะ


แล้วก็มาถึงตอนสำคัญสำหรับบรรดาคนใช้เว็บมินกันเสียทีหลังจากที่ได้เรียนรู้ ถึงพลังในการทำงานของมันมาแล้ว อย่างที่หลายสิ่งหลายอย่างบนโลกใบนี้เป็นกัน ซึ่งก็คือบางครั้งสิ่งที่ทรงพลังที่สุดกลับกลายเป็นสิ่งที่อันตรายที่สุดได้ เช่นกัน รู้แบบนี้แล้วเราจะไม่คิดปกป้องระบบของเราให้รอดพ้นอันตรายที่ว่ากันเลยหรือ

จริง อยู่ถ้าหากระบบของคุณไม่ค่อยได้มีใครเข้ามาข้องเกี่ยวด้วย คุณก็สามารถกำหนดได้ว่าใครบ้างที่จะเข้ามาหรือจะออกไปจากระบบ แต่ในความเป็นจริงแล้วยากมากที่จะหลีกเลี่ยงการเชื่อมต่อกับอภิมหาเน็ตเวิร์ กอย่างอินเทอร์เน็ตไปได้ และเป็นที่ทราบกันอยู่แล้วว่าทุกวันนี้การเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตกลายเป็น สิ่งที่อันตรายที่สุดไปซะแล้ว เราจึงต้องเรียนรู้ที่จะป้องกันตัวเองจากอันตรายในรูปแบบต่างๆ ที่จะเข้ามา

สำ หรับเว็บมินเองแล้วเราสามารถที่จะทำการกำหนดมาตรการรักษาความมั่นคงของระบบ ได้หลายวิธี แต่วิธีที่นิยมกันมากก็คือ การกำหนดหมายเลขไอพีที่จะเข้าถึง และแบบการใช้ SSL เพื่อ ทำการแสดงสิทธิการเข้าใช้งาน ซึ่งแบบแรกนั้นก็ดีที่ไม่ต้องคิดมากไอพีไหนได้รับสิทธิก็เข้ามาใช้งานได้เลย ส่วนอีกวิธีหนึ่งนั้นก็เป็นที่นิยมในระดับสากล และมีองค์กรรองรับความน่าเชื่อถือที่ใช้งานกันแพร่หลาย เป็นหน้าที่ของเราเองว่าจะต้องการใช้แบบไหน ยากง่ายต่างกันแค่ไหนก็ต้องลองกันดู


Network Security

อย่าง ที่กล่าวไปแล้วว่าถ้าระบบที่ควบคุมด้วยเว็บมินของคุณ ไม่ต้องไปยุ่งเกี่ยวข้องกับคนจำนวนมากๆ ก็ไม่น่าจะต้องไปวิตกกังวลว่าใครจะเข้ามายุ่งกับระบบของเราผ่านทางเว็บมิ นหรือเปล่า เพราะถ้าหากมีใครสักคนเข้าระบบของเราผ่านทางเว็บมินได้แล้วละก็ อย่างอื่นก็ไม่ต้องพูดถึงเรียกได้ว่าเขาได้เข้ามาอยู่ในบ้านของเราเรียบร้อย แล้ว และกำลังจะกลายร่างเป็นเจ้าของบ้านคนใหม่ได้ในทันที เพราะการทำงานของเว็บมินเป็นการทำงานในสถานะของการเป็น root อย่าง ที่เราทราบกันดีอยู่แล้ว หายนะจะต้องมาเยือนแน่ๆ ถ้าหากล็อกอินและพลาสเวิร์ดของเราจะถูใครบางคนดักจับและคว้าเอาไปใช้งานหน้า ตาเฉย และเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นนักต่อนักแล้วในอินเทอร์เน็ต ดังนั้นการเรียนรู้ที่จะจัดการตั้งแต่ระดับเน็ตเวิร์กจึงเป็นเรื่องที่พึง กระทำเป็นอย่างยิ่ง

แล้วด้วยวิธีแบบที่เรากำลังจะเรียนรู้กันอยู่นี้เองเขาเรียกเป็นภาษาฝรั่งว่า IP address restrictions หรือจะให้เรียกภาษาไทยง่ายๆ ว่าการกำหนดไอพีแอดเดรสนั่นเอง ซึ่งชื่อก็บอกอยู่ชัดเจนแล้วว่าเป็นการทำงานแบบไหน นั่นก็คือเครื่องไหนที่ต้องการติดต่อผ่านเว็บมินจะต้องมีการกำหนดค่าไอพีเอา ไว้แล้วที่ตัวเว็บมินเท่านั้น เครื่องไหนหมายเลขไหนไม่ได้กำหนดเอาไว้ก็หมายความว่าหมดสิทธิในการใช้งาน ทันทีไม่ว่าจะพยายามติดต่อเข้ามาอย่างไรก็เข้าไม่ได้อยู่ดี แบบนี้ดูจะโหดไปหน่อยแต่ก็ได้ผลดีทีเดียว งานนี้หักดิบหมายเลขไหนไม่เคยเข้าได้ก็จะไม่ได้จนกว่าจะมีการเพิ่มเติม

วิธี การแบบนี้มองแล้วเหมือนจะดี แต่มันอาจจะขาดความคล่องตัวไปสักนิดหนึ่ง ก็ด้วยการที่มันยึดอยู่กับหมายเลขไอพีนี่เองทำให้ต้องคอยมีการเพิ่มค่าหรือ ลบค่าไอพีที่ใช้และไม่ได้ใช้อยู่เสมอ ยิ่งมีการใช้งานผ่านอินเทอร์เน็ตยิ่งยุ่งไปกันใหญ่ไหนจะต้องเจอกับ ไอพีภายในภายนอกวุ่นวายไปหมด แต่ก็นั่นแหละถ้ามันเป็นระบบที่สำคัญก็ควรจะมีอยู่เพียงไม่กี่หมายเลขเท่า นั้นที่จะเข้าถึงได้เรามาดูกันต่อดีกว่าว่ามีอะไรรอเราอยู่บ้าง

เริ่มต้นกันเลยดีกว่า เอ้าเว็บมินซีเคียวบทที่หนึ่งกล่าวว่า

1.ในหมวดหมู่ของการใช้งานเว็บมินให้มองหาส่วนที่ชื่อว่า Webmin Configuration Module เมื่อเจอแล้วก็จัดการคลิกเข้าไป


จุดเริ่มต้นของหลายสิ่งหลายอย่างสำหรับเว็บมิน

2.จากนั้นให้มองหาและทำการคลิกที่ไอคอนที่มีชื่อว่า IP Access Control ซึ่งมันจะแสดงให้เห็นว่าการกำหนดหมายเลขไอพีที่เข้าถึงได้นั้นมีหน้าตาเป็นอย่างไร

จะจัดการใครได้หรือไม่ได้ก็ตรงนี้แหละ

3.ต่อมาก็ต้องทำการสั่งให้ระบบทำงานตามที่เราต้องการคือให้รับเฉพาะไอพีที่เรากำหนดเท่านั้น นั่นก็คือให้เลือก Only allow from listed addresses ประมาณ ว่าให้เฉพาะไอพีที่กำหนดอยู่ในช่วงต่อไปนี้เท่านั้นถึงจะเข้ามาใช้งานเว็บมิ นได้ ส่วนรูปแบบของการกำหนดค่าก็มีตัวอย่างให้แบบนี้

ตัดศัพท์เทคนิคออกให้หมดแล้วได้ใจความว่าถ้าหากต้องการกำหนดให้ค่าไอพีตั้งแต่ 192.168.1.0 ถึง 192.168.1.255 สามารถเข้าถึงได้ก็ให้ใส่ค่าลงไปเป็น 192.168.1.0 เท่า นี้เองค่าที่กำหนดไว้ก็จะถูกนำไปใช้นั่นหมายถึงเครื่องที่มีหมายเลขไอพีอยู่ ในช่วงที่กำหนดจะสามารถเข้ามาใช้งานเว็บมินได้ แต่การกำหนดแบบนี้อาจจะต้องอาศัยความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องการจัดการกับไอพี อยู่พอสมควรจึงจะจัดการได้อย่างดี แต่ก็มีทางออกที่ง่ายกว่ามาให้เสมอ

มา ลองแบบนี้กันบ้างถ้าหมายเลขไอพีทำให้คุณเกิดอาการปวดหัวเวียนหัว ก็ใช้โดเมนเนมกำหนดซะเลยให้รู้แล้วรู้รอดกันไปจะได้ไม่ต้องมานั่งจำ ค่าที่จะต้องใส่ก็ประมาณนี้ *.bigtux.com อันนี้เป็นการกำหนดว่าทุกโฮสท์ในโดเมนเนม bigtux.com จะสามารถเข้ามาจัดการระบบผ่านเว็บมินได้ แบบนี้ก็ง่ายไปอีกแบบ ความหมายก็คือไอพีที่อยู่ในโดเมนที่กำหนดเท่านั้นถึงจะเข้ามาใช้งานได้

4.แล้ว ก็ทำการเซฟเพื่อให้ระบบทำการรับเอาค่าต่างๆ ไปใช้ ถ้าจะให้ดีเพื่อป้องกันการผิดพลาดก็ให้ทำการล็อกเอาท์ก่อนแล้วค่อยเริ่มเข้า มาใช้งานใหม่ หรือไม่ก็ลองเข้าใช้งานจากเครื่องที่กำหนดให้ได้ก่อนแล้วค่อยออก เท่านี้ก็เรียบร้อยโรงเรียนเว็บมินแล้ว


เข้ารหัสลับกับ SSL

ดู เหมือนว่าการทำแบบแรกจะปลอดภัยแล้ว แต่ถ้าการใช้งานของคุณอยู่บนระบบที่ไว้วางใจไม่ได้อย่างอินเทอร์เน็ตแล้วละ ก็ ทุกครั้งที่คุณทำการล็อกอินมันก็เหมือนกับมีคนคอยที่จะดักจับเอาล็อกอินและ พลาสเวิร์ดของคุณอยู่ตลอดเวลา เรื่องแบบนี้กลายเป็นเรื่องปกติของวงการไปแล้ว หากใครเผลอเมื่อไรก็หมายถึงหายนะมาเยือนเมื่อนั้น จึงต้องมีการเสริมความแข็งแกร่งให้กับวงจรการเชื่อมต่อระหว่างบราวเซอร์และ เซิร์ฟเวอร์ของคุณ ทำไมต้องเป็นบราวเซอร์กับเซิร์ฟเวอร์นะหรือ ก็ต้องย้ำว่าเว็บมินเป็นบริการตัวหนึ่งที่ทำงานอยู่บนเซิร์ฟเวอร์ส่วนการ เข้าถึงนั้นเป็นการทำงานผ่านบราวเซอร์บนเครื่องไคลเอนท์ใดๆ ที่อนุญาตให้เข้าใช้งานได้

สิ่ง ที่เรากำลังจะเรียนรู้ต่อจากนี้ไปก็คือการทำให้ขณะที่ทำการเชื่อมต่อกับระบบ อยู่นั้นมีความปลอดภัยมากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งก็ต้องเป็นบทบาทของ SSL อย่างที่เราทราบกันไปแล้วว่าโดยส่วนใหญ่แล้วบรรดาดิสตริบิวเตอร์ยอดนิยมทั้งหลายอย่าง RedHat, SuSE หรือ Novell จะทำการรวมเอาส่วนประกอบต่างๆ ที่จะทำให้สามารถใช้งาน Webmin เข้าไปให้ด้วยอยู่แล้ว ส่วนประกอบที่ว่านี้ก็คือ OpenSSL library และ Net::SSLeay Perl module แต่ ถ้าคุณคิดว่ามันไม่ดีพอก็ต้องออกแรงไปหาเอาสิ่งที่คิดว่าดีกว่าและใหม่กว่า กันเอาเอง ซึ่งมันก็ไม่ยากเกินไปที่จะทำมัน ว่าแล้วก็เริ่มกันเลย

1.ติดตั้ง OpenSSL Library ก่อน ถ้าคุณยังไม่ได้ติดตั้งลงไป ถ้าไม่อยากดาวน์โหลดก็ให้หาเอาจากในแผ่นซีดีติดตั้งลีนุกซ์ที่คุณใช้อยู่ นั่นแหละ เชื่อว่าน่าจะมีอยู่ในลีนุกซ์ทุกตัว ถ้าต้องลงเพิ่มเองให้แน่ใจว่า openssl และ openssl-devel ได้ทำการติดตั้งลงไปแล้วทั้งคู่ แต่ถ้าคุณโชคร้ายไม่เจอสิ่งที่ต้องการในแผ่นก็ต้องนี่เลย www.openssl.org

2.แล้วก็ตามด้วยส่วนสำคัญที่จะทำให้ SSL สามารถทำงานได้ก็คือส่วนของ Perl ที่ชื่อว่า Net::SSLeay ถ้า คุณยังไม่ได้ติดตั้งมันจะเป็นการดีกว่าถ้าจะจัดการผ่านอินเทอร์เน็ต โดยใช้เครื่องมืออย่างเว็บมินนี่แหละจัดการให้เรา ก็ไปเปิดในส่วนของการจัดการ Perl Module แล้วเข้าไปเลือกให้ทำการดาวน์โหลด Net::SSLeay ในส่วนของ CPAN แล้วคลิกที่คำสั่ง Install เท่านี้เองก็จะเป็นการดาวน์โหลดและติดตั้ง Net::SSLeay โดยที่คุณไม่ต้องไปสั่งให้ทำการคอมไพล์และติดตั้งเอง เพราะเว็บมินจะจัดการให้เราทั้งหมด (แบบนี้ค่อยน่าใช้หน่อย อย่างที่บอกแล้วว่าเว็บมินจัดการได้ทุกเรื่องในระบบ)

3.ถ้าติดตั้งทั้งสองอย่างเรียบร้อยแล้วก็ไม่ต้องรออะไรอีกแล้ว เข้าไปที่ส่วนของ Webmin Configuration Module กันเลยแล้วทำการเลือกที่ SSL Encryption เพื่อเข้าไปทำการตั้งค่าการใช้งาน SSL

เห็นที่หมายแล้วหรือยังถ้าเห็นแล้วก็จัดการเลย

4.ส่วนแรกเลยที่จะต้องทำก็คือส่วนของการสั่งให้ใช้งาน SSL ให้ทำการเลือกว่า yes แล้วก็ทำการบันทึกค่า หลังจากนั้น SSL ก็จะทำงานโดยที่เว็บมินจะเปลี่ยนวิธีการเชื่อมต่อที่บราวเซอร์ให้เป็นรูปแบบใหม่ที่ปลอดภัยกว่าทันที


เลือกเอาหน้าเจอเวอร์ชันภาษาญี่ปุ่นมาให้ดูกันเล่นๆ ว่าเขานะชาตินิยมขนาดไหน


5.ครั้งแรกที่เข้าใช้งานผ่าน SSL จะมีการยืนยันให้ทำการตรวจสอบความถูกต้อง หรือตัวตนของการใช้งาน SSL คุณจะทำการผ่านไปก่อนโดยไม่สนใจก็ได้ (เรื่องแบบนี้สามารถมาจัดการกันต่อได้ภายหลัง)

6.คราวนี้ก็ถึงเวลาเรียกใช้งานแล้วโดยการเรียกผ่าน https:// ก็คือเป็นการเข้าใช้อย่างปลอดภัย หรือคุณอยากจะเรียกใช้ผ่าน http:// ก็ได้ไม่มีปัญหาอะไร

แล้วอย่านอกใจไม่อย่างนั้นโดนเตือนแน่ๆ

7.เอาละได้เวลาของรายละเอียดกันอีกแล้ว ให้ย้อนกลับไปที่ SSL Encryption เพื่อที่จะไปดูกันในส่วนของ Key เพราะคุณจะเห็นว่ามีข้อความเตือนไว้ว่า you are currently using the default Webmin SSL key นั่นก็คือตอนนี้คุณกำลังใช้ค่าของ Key ที่ระบบตั้งไว้ให้ (ซึ่งมันก็จะเหมือนๆ กันถ้าคุณไม่คิดจะเปลี่ยน) คุณ เองสามารถที่จะตั้งค่าใหม่ได้ถ้าต้องการ หรือจะใช้ค่าที่ระบบทำให้ก็ไม่มีปัญหา แต่ถ้างานคุณซีเรียสสุดๆ ก็ควรจะทำการตั้งค่าต่างๆ อย่างรอบคอบ

8.ไม่ว่าจะลงทะเบียนหรือไม่ลงสิ่งต่อไปนี้คือสิ่งที่ควรจะเติมเต็มเข้าไป ให้ดูที่ Server name in URL แล้ว จัดการเติมค่าลงไป ถ้าคุณทำการเชื่อมต่อผ่านทางโฮสท์เดิมๆ อยู่ตลอดเวลาก็ให้ทำการระบุชื่อของโฮสท์ลงไปเลย แน่นอนว่าคุณใส่เข้าไปได้มากกว่าหนึ่งชื่อ ซึ่งจะสะดวกกว่ามากถ้าจะเลือก Any Hostname ไว้ใช้งาน

9.ส่วนของอีเมล์ก็ให้ใส่ของคุณซึ่งต้องทำหน้าที่ดูแลระบบลงไป

10.บอกแผนกบอกฝ่ายไว้ให้เรียบร้อยถ้าเป็นการใช้งานในองค์กร หรือจะไม่ใส่อะไรเข้าไปก็ได้ถ้าคุณใช้งานเองที่บ้าน

11.ใส่ชื่อบริษัทให้คนได้รับรู้จะไม่ใส่ก็ได้เป็นสิทธิของคุณ แต่ทางที่ดีใส่ไว้ก็ไม่เสียหลายนะ

12.ชื่อของเมือง สามสี่ข้อหลังนี้เป็นการเติมเต็มรายละเอียดของคุณเอง

13.ประกาศความเป็นไทยให้คนทั้งโลกรู้กันเถอะ

14.ได้เวลาทำการบันทึก key ของเราเอาไว้ในไฟล์แล้ว ทำเถอะเพื่อตัวของคุณเอง

15.สั่งให้เริ่มทำงานซะตั้งแต่เดี๋ยวนี้ เป็นการใช้ key ใหม่ทันที

หน้าจอของการกำหนดค่าต่างของ Key

เท่านี้ก็สามารถเริ่มต้นใช้งาน SSL ได้ แล้ว ซึ่งถ้าสังเกตจะพบว่าแถบจะไม่ต้องปรับแต่งอะไรเลย เพียงแค่ติดตั้งก็จะสามารถใช้งานเบื้องต้นได้แล้ว ถ้าอยากรู้มากกว่านี้ก็ต้องไปลงลึกกันเอาเองนะครับ เรื่องแบบนี้ต้องยอมรับครับว่าไม่ถนัดจริงๆ ก็ใครมันจะไปรู้เรื่องหมดทุกเรื่องละใช่ไหม

เป็นอันว่า เราสามารถบริหารระบบผ่านเว็บมินได้อย่างสบายใจเสียที แต่เว็บมินไม่ได้มีอยู่แค่นี้ เว็บมินยังมีงานที่สามารถทำได้อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการจัดการ User & Group, Disk & Network File System, File Sharing, Disk Quotas, Partition, StartUp & Shutdown, Scheduled Commands, Process Management, Software Packages, System Logs, Filesystem Backups, Internet Services, Network Configuration, Network Information Service, PPP Server Configuration, Firewall Configuration, Setting the Date and Time และมอร์มอร์มอร์แอนด์มอร์

Thanks : www.opensource.co.th

วันพฤหัสบดีที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

Lifestyle Of Linux Administrator





งานทั่วไปของแอดมิน

ไหนๆ ก็ต้องเป็นแอดมินกันแล้วมาดูกันก่อนดีกว่าว่างานสามัญประจำเครื่องของตำแหน่งที่ว่านี้มีอะไรบ้าง


  1. Adding and Removing user account : งาน พื้นฐานที่แอดมินต้องทำเป็นไม่ว่าจะเป็นการกำจัดคนที่ไม่มีสิทธิใช้งานแล้ว ออกจากระบบหรือเพิ่มบรรดาน้องใหม่เข้ามา รวมไปถึงดูแลพวกขี้ลืมทั้งหลายที่ไม่ยอมจำรหัสผ่านของตัวเอง อันนี้เราก็ต้องดูแล
  2. Managing the printing system : งาน ที่ต้องตรวจตราจัดระเบียบสังคมให้กับบรรดาข้อมูลที่ต้องการพิมพ์ออกมาทาง เครื่องพิมพ์ เราจะต้องดูแลให้ลำดับการเข้าคิวเป็นไปอย่างถูกต้อง หากมีคนลัดคิวเราก็ต้องหาทางเอาออกจากระบบ ว่าง่ายๆ ก็คือทำให้เครื่องพิมพ์สามารถทำงานได้อย่างถูกต้องและรวดเร็วจากการทำงานของ คนใช้งานหลายคนนั่นเอง
  3. Installing, Configuring, and upgrading the operating system and various utilities : ชื่อ ของงานออกจะยาวสักหน่อยแต่อ่านแล้วก็ไม่ต้องแปลให้กันฟัง มันคืองานที่แอดมินต้องทำกันเป็นประจำ งานติดตั้งปรับแต่งอัพเกรดทั้งส่วนของระบบปฏิบัติงานและเครื่องไม้เครื่อง มือต่างๆ เป็นงานที่พึงกระทำอย่างยิ่งโดยเฉพาะการใช้งานลีนุกซ์ (เดี๋ยวนี้ไมโครซอฟท์ก็ทำตามแล้วอัพเดทมันทุกวัน)
  4. Installing new software : งานหนักอกอีกอย่างของคนอาชีพนี้ ไหนจะต้องเรียนรู้การติดตั้งในแบบ rpm ไหนจะต้องรู้ว่า DEB ลงยังไง แล้วถ้าต้องเอาซอร์สโค้ดเพียวๆ มาทำการคอมไพล์หละ จะบิวจะคอมไพล์มันแบบไหนถึงจะดีอันนี้ก็ต้องทำกันให้เป็น
  5. Managing hardware : บาง ครั้งก็ต้องออกแรงติดตั้งฮาร์ดแวร์ใหม่รวมทั้งต้องลงไดร์ฟเวอร์ใหม่ ถึงแม้ว่าทุกวันนี้ฮาร์ดแวร์มันทำให้ลีนุกซ์รู้จักมากมายแล้วก็เถอะ เป็นเรื่องที่ต้องรู้ไว้และต้องทำให้ได้
  6. Making backup : งาน พื้นฐานที่ต้องทำให้เป็น เพราะระบบที่ใช้งานมาเป็นเวลานานๆ นั้นข้อมูลข้างในมีค่ามากกว่าทองอีก ต้องเรียนรู้ที่จะเก็บรักษาให้เหมาะกับเครื่องมือที่มีอยู่
  7. Mounting and unmounting file systems : เรื่องที่เป็นหัวใจหลักหากเข้าใจทุกอย่างเป็นอย่างดีรับรองว่าจะทำงานรวมกับระบบไหนหรืออุปกรณ์แบบไหนก็ไม่ต้องไปกลัวเพราะจัดการได้หมด
  8. Automating task : ก็ เห็นอยู่ว่างานมันเยอะขนาดไหน หากไม่อยากมานั่งทำเองก็ต้องเรียนรู้ที่จะสั่งให้มันทำงานกันเอง แต่ก่อนจะสั่งก็ต้องเรียนรู้ให้ดีก่อนว่าจะสั่งอย่างไร
  9. Monitoring the system performance : งาน ที่ต้องจับตามองกันให้ดีๆ เพราะเราจะต้องคอยดูว่าการทำงานของซีพียูนั้นทำหน้าที่อย่างถูกต้องหรือไม่ (แบ่งทำงานไปอย่างทั่วถึงไม่ใช่ถูกดึงไปทำงานเดียวหมด) และอีกเรื่องที่เป็นของคู่กันก็คือเรื่องของหน่วยความจำที่เผลอทีไรต้องมี ใครเอาไปกินทุกที (แรมนะไม่ใช่ขนม)
  10. Starting and shutting down the system : มัน เป็นของที่ต้องแบ่งกันใช้ดังนั้นจะเปิดจะปิดก็ต้องคอยบอกกล่าวและจัดการปิด ให้ดี เพราะว่าถ้าปิดไม่ดีอาจจะเปิดไม่ขึ้น จะเปิดจะปิดก็ต้องดูดีๆ
  11. Monitoring network status : อีก เรื่องที่ขาดไม่ได้ ทุกวันนี้กลายเป็นความต้องการพื้นฐานไปแล้ว ถ้าไม่มีเน็ตเวิร์กจะมีเซิร์ฟเวอร์ (และแอดมิน) ไว้ทำไม การเชื่อมต่อต้องราบรื่นเป็นงานของเรา
  12. Setting up host and network security : สร้างความมั่นคงให้กับระบบเป็นงานหลักที่เป็นแนวทางตั้งแต่วายร้ายก่อกำเนิดไปทั่วระบบเน็ตเวิร์ก งานใหม่ที่ต้องทำก่อนเป็นอันดับต้นๆ
  13. Monitoring security : งาน หนักสุดสำหรับแอดมิน เพราะทุกคำสั่งที่ทำงานบันทึกการทำงานของทุกส่วนกลายเป็นสิ่งที่ต้องมองหา ความผิดปกติ เผลอเมื่อไรรับรองว่าระบบมีแววว่าจะล่ม
Thanks : ชีวิตแอดมิน

ต่อมาก็มาดู ว่ามีเครื่องมืออะไรให้เลือกใช้บ้าง

แนะนำเครื่องมือ GUI สำหรับแอดมิน

ลีนุกซ์มีมากมายหลายตัว แต่ละตัวล้วนแล้วก็มีการเลือกเครื่องไม่เครื่องมือมาเหมือนกันบ้างต่างกันบ้าง แต่ถ้าเราจะแนะนำให้คุณมากถึง 5 ดิสโทรหลัก มันคงจะมากเพียงพอที่จะครอบคลุมการทำงานต่างๆ ของแอดมินได้อย่างไม่ต้องสงสัย หากคุณกำลังใช้ Debian, Fedora, SUSE, Knoppix และ Xandros อยู่ละก็ดีใจได้เลย

GUI sysadmin tools in Debian

สำหรับดิสโทรนี้ขึ้นชื่อลือชาว่าให้เครื่องมือแบบ GUI มาน้อยที่สุด ก็เลยต้องแนะนำเอาว่าหากต้องการใช้ให้เรียกใช้เครื่องมือของ KDE มันก็พอที่จะทำให้เราผ่านมันไปได้

Add or remove software Main Menu➪System➪Package Manager

Change password Main Menu➪Settings➪Change Password

Configure KDE desktop Main Menu➪Settings➪Control Center

Find files Main Menu➪Find Files

Format floppy Main Menu➪Utilities➪Floppy Formatter

Manage printers Main Menu➪System➪Printers

Manage user accounts Main Menu➪System➪User Manager

Monitor system performance Main Menu➪System➪System Monitor

Schedule a task Main Menu➪System➪Task Scheduler

View system logs Main Menu➪System➪System Log


เลือกใช้กันตามสบายเลยนะครับไม่ต้องเกรงใจ ถึงจะมีให้น้อยไปนิดแต่ก็ยังดีกว่าไม่มีให้เลยหรือไม่จริง เท่านี้ก็ดีถมแล้วสำหรับสาวกเดเบี้ยน


GUI sysadmin tools in Fedora Core

ขนม หวานสำหรับแอดมินทั้งหลาย เพราะนี้คือดิสโทรที่ให้เครื่องมือมาอย่างมากมาย และที่สำคัญมันใช้งานง่ายซะด้วย แบบนี้ก็ต้องเอาไปใช้กันอย่างไม่ต้องคิดมาก

Date and time Main Menu➪System Settings➪Date&Time

Disks and DVD/CD-ROM Main Menu➪System Tools➪Disk Management

Display settings Main Menu➪System Settings➪Display

Firewall settings Main Menu➪System Settings➪Security Level

Hardware Main Menu➪System Tools➪Hardware Browser

Internet connection Main Menu➪System Tools➪Internet Configuration Wizard

Network Main Menu➪System Settings➪Network

Preferences such as desktop Main Menu➪Preferences and password

Printer Main Menu➪System Settings➪Printing

root password Main Menu➪System Settings➪Root Password

Servers Main Menu➪System Settings➪Server Settings

Software Main Menu➪System Settings➪Add/Remove Application

System logs Main Menu➪System Tools➪System Logs

System performance Main Menu➪System Tools➪System Monitor

User accounts Main Menu➪System Settings➪Users and Groups


ต้องแบบนี้ซิถึงจะได้ชื่อว่าเจ้าแห่งเครื่องมือ ต้องการให้คนใช้งานง่ายๆ จะได้ใช้กันมากๆ ลีนุกซ์ที่มีคนใช้งานมากที่สุดก็เลยต้องมีอย่างที่เห็น


GUI sysadmin tools in Knoppix


ใครจะไปกล่าวหาว่าเจ้าแห่ง
LiveCD ไม่มีเครื่องมือให้หรอก ก็คงต้องคิดใหม่เพราะนี้คือคำสั่งส่วนหนึ่งที่สามารถเรียกเอาเครื่องมือสำหรับแอดมินขึ้นมาใช้ได้

Configure desktop Main Menu➪Settings➪Desktop Settings Wizard

Configure KDE Main Menu➪Settings➪Control Center

Configure network Main Menu➪KNOPPIX➪Network/Internet➪Network card configuration

Configure printer Main Menu➪KNOPPIX➪Configure➪Configure printer(s)

Find Files Main Menu➪Find Files

Start Samba Server Main Menu➪KNOPPIX➪Services➪Start Samba Server

Start SSH server Main Menu➪KNOPPIX➪Services➪Start SSH Server


ถึงจะน้อยไปสักนิดแต่เราก็ต้องเอามาฝากกันให้รู้ไว้ว่า ลีนุกซ์ซีดีก็มีดีเหมือนกัน


GUI sysadmin tools in SUSE

ส่วนดิสโทรตัวนี้เราก็คุ้นเคยกันเป็นอย่างดีมาแล้วว่ามีเครื่องมือที่ทรงพลังมาก ที่มีชื่อเรียกว่า YaST การเข้าใช้งานก็ไม่ต้องคิดมากเลือกไปที่ Main Menu➪System➪YaST แล้วให้เข้าสู่การทำงานของแอดมิน หลังจากนี้ทุกอย่างก็ควบคุมผ่านหน้าจอของ YaST Control Center ซึ่งด้านซ้ายจะเป็นไอคอนของหมวดหมู่ที่แบ่งเอาไว้ ส่วนทางด้านขวาคือไอคอนของงานที่เราจะทำการปรับแต่งที่จะเปลี่ยนตามหมวดทางด้านซ้าย

  1. Software Online Update:===>Install and Remove Software; Change Source of Installation; Installation into Directory; Patch CD Update; System Update
  2. Hardware CD-ROM Drives:===>Disk Controllers; Graphics Card and Monitor;Hardware Information; IDE DMA Mode; Joystick; Printer;Scanner; Select Mouse Model; Sound; TV Card
  3. System:===> /etc/sysconfig Editor; Boot Loader Configuration; Choose Language; Create a Boot, Rescue, or Module Floppy; Date and Time; LVM; Partitioner; Power Management; Powertweak Configuration; Profile Manager; Restore System; Runlevel Editor; Select Keyboard Layout; System Backup
  4. Network Devices :===> DSL; Fax; ISDN; Modem; Network Card; Phone Answering Machine
  5. Network Services:===> DHCP Server; DNS Server; DNS Host and Name; HTTP Server;Host Names; Kerberos Client; LDAP Client; Mail Transfer Agent;NFS Client; NFS Server; NIS Client; NIS Server; NTP Client;Network Services (inetd); Proxy; Remote Administration; Routing;SLP Browser; Samba Client; Samba Server; TFTP Server
  6. Security and Users Edit and create groups:===>Edit and create users; Firewall; Security settings Misc Autoinstallation; Load Vendor Driver CD; Post a Support Query;View Start-up Log; View System Log

GUI sysadmin tools in Xandros

ด้วย ความที่มันถูกออกแบบมาเป็นระบบปฏิบัติการสำหรับเดสก์ทอป นั่นทำให้ทุกอย่างง่ายเข้าเพราะมั่นใจได้ว่ามันจะต้องเป็นกราฟิกทั้งหมด การเริ่มต้นสำหรับแอดมินให้ไปที่ Xandros Control Center แล้วเลือกที่ Main Menu➪Control Center คุณ จะเห็นหมวดทางด้านซ้ายมือแสดงอยู่เต็มไปหมดและมีเมนูย่อยอีกหากต้องการก็ สามารถเปิดออกมาดูได้ และเมื่อคุณเลือกหมวดใดหมวดหนึ่งหน้าต่างทางด้านขวาก็จะแสดงให้เห็นถึงการ ปรับแต่งค่าในเรื่องต่างๆ อย่างเหมาะสมด้วย GUI

ส่วนการเลือกใช้เครื่องมือสำหรับแอดมินนั้นก็สามารถเลือกได้จาก
Main Menu➪Applications➪System➪Administrator Tools➪Xandros File Manager (Administrator) ซึ่งหน้าจอนี้จะแสดงการควบคุมงานต่างๆ ของแอดมินผ่านทางกราฟิกเช่นกัน


Thanks : www.opensource.co.th