หน้าเว็บ

วันจันทร์ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

รอยสัก หรือแค่อารมณ์ ชั่ววุบ

รอยสัก หรือ การสัก (Tattoo) เป็นการใช้เหล็กแหลมจุ้มหมึกหรือน้ำมันแทงที่ผิวหนังให้เป็นอักขระเครื่อง หมาย หรือลวดลาย โดยการสักในแต่ละวัฒนธรรมต่างก็มีความหมายแตกต่างกันไป

การ สัก คือ การใส่หมึกสีที่ลบไม่ออกลงไปใต้ผิวหนังบริเวณที่ต้องการ ชาวโพลีนีเชีย และชายญี่ปุ่นโบราณนั้นทำการสักโดยใช้กลุ่มเข็มและไม้ไผ่แหลมๆจิ้มผิวหนัง ด้วยมือ แต่ปัจจุบันการสักพัฒนาไปมาก เครื่องมือที่เป็นที่นิยมที่สุดเป็นเข็มที่ใช้มอเตอร์ในการทำให้ขยับแทงใน ผิวหนังลึกระหว่าง0.6-22 มิลลิเมตร เมื่อแทงลงไปหมึกจะแพร่กระจายไปสู่เนื้อเยื่อ ดูดซึมเก็บสะสมไว้ โอกาสที่จะเกิดปฏิกริยาที่เป็นเชิงลบจากหมึกที่ใช้สักมีน้อยมาก โดยปกติแล้วสิ่งแปลกปลอมจะถูกขจัดจากร่างกายโดยใช้กลไกป้องกันตามธรรมชาติ แต่อนุภาคของหมึกนั้นใหญ่เกินกว่าที่จะถูกขจัดออกไปด้วยกลไกนี้ได้



การ สักยันต์เป็นกรรมวิธีกำกับสติของคนไทยมาแต่โบราณ แต่ร่วงโรยเสื่อมความนิยมและใกล้จะดับสูญไปตามสมัยนิยม คนไทยแต่โบราณนั้นนับถือพระพุทธศาสนา แต่ส่วนใหญ่กลับไม่รู้หนังสือ บางคนก็ความจำไม่ดี และเชื่อว่าพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ และพระสังฆคุณ จะคุ้มครองป้องกันตนให้พ้นจากอันตรายทั้งปวงได้
ดังนั้นจึงแก้ไขปัญหา ดังกล่าวด้วยการสักยันต์ไว้กับตัว วัตถุประสงค์ที่แท้จริงก็คือเพื่อให้มีสติรู้ว่ามีพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ และพระสังฆคุณ อยู่กับตัว หากจะเป็นตายร้ายดีประการใดก็ยังอุ่นใจว่ายังอยู่กับพระ แม้หากจะถึงตายก็ย่อมตายดี
ดังนั้นบรรดาทหารที่จะออกไปทำศึกสงครามจึง รักที่จะสักยันต์ไว้กับตัว เพราะในยามสู้รบกระทำศึกต่อกันนั้นความมุ่งมั่นก็จะอยู่ที่การสู้รบ ไม่อาจรำลึกถึงพระคุณของพระรัตนตรัยได้ จะได้ทำการสู้รบโดยไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลัง และการสักยันต์ในสมัยโบราณก็ต้องกระทำโดยผู้ที่รู้หนังสือเป็นอย่างดี ซึ่งยุคนั้นภาษาไทยยังใช้ภาษาเขียนแบบภาษาขอม และผู้ที่รู้หนังสือเช่นนี้ก็คือพระสงฆ์ โดยเฉพาะสมภารเจ้าวัดต่าง ๆ
และ เป็นธรรมดาของพระที่มีความเมตตาอาทรต่อพุทธศาสนิกชน ดังนั้นแม้วัตถุประสงค์แท้คือความต้องการให้มีพระรัตนตรัยติดอยู่กับตัว แต่พอสักยันต์เข้าจริงก็มักจะมีการตั้งจิตให้มั่นคง เพ่งเอาความปลอดภัยให้บังเกิด เพราะเหตุที่พระสงฆ์ในยุคนั้นมีความบริสุทธิ์ในศีล มีกำลังของสมาธิที่แก่กล้า มีจิตที่มั่นคง จึงมีพลังที่สามารถแผ่ไปปกป้องคุ้มครองผู้อื่นด้วยอำนาจแห่งพระรัตนตรัยได้ ดังนั้นจำนวนมากของการสักยันต์จึงไม่เพียงแต่เป็นแค่ให้รำลึกถึงคุณพระ รัตนตรับ หากได้แฝงฝังความขลังของกำลังจิตไว้ในการสักยันต์นั้นด้วย จึงมีอานิสงส์เป็นอย่างเดียวกันกับอานิสงส์ของพระปริตร คือ ปกป้องคุ้มครองป้องกันและกำจัดสรรพอุบาทว์และสรรพภัยทั้งหลายได้มากบ้างน้อย บ้างตามควรแก่กรณี
ผู้ที่เห็นและได้รับอานิสงส์เช่นนั้นก็จะกล่าวเล่า ขานกันออกไป จนในที่สุดก็เลื่องชื่อลือชาว่าการสักยันต์นั้นมีความศักดิ์สิทธิ์ มีผลทางเมตตามหานิยมหรืออยู่ยงคงกระพันหรือแคล้วคลาด จึงทำให้การสักยันต์ยิ่งแพร่หลายขยายตัวออกไป ทั้งผู้คนที่อยู่ในฝ่ายราชการและชาวบ้านทั่ว ๆ ไป เมื่อความนิยมมีมากขึ้นการขวนขวายหาพระหรืออาจารย์เก่ง ๆ ก็ยิ่งกว้างขวางออกไป เรื่องการสักยันต์ก็ยิ่งโด่งดังเป็นที่นิยมเพิ่มขึ้นไปอีก


การ สักยันต์ในสมัยก่อนนั้นจะมีส่วนประกอบ 4 ส่วน คือ พระหรืออาจารย์ที่ทรงวิทยาคม ส่วนหนึ่ง หมึกซึ่งใช้ในการสักยันต์ อย่างหนึ่ง ซึ่งส่วนนี้ไม่ใช้หมึกดังที่ใช้กันในปัจจุบัน แต่จะใช้ดีปลาช่อนแล้วฝนด้วยว่านนาคราชหรือว่านสบู่เลือด และหินอาถรรพ์หรือข้าวเม่าอาถรรพ์จำพวกหนึ่ง ซึ่งจำพวกนี้จะมีผลในทางอยู่ยงคงกระพันหรือแคล้วคลาด หรืออีกจำพวกหนึ่งจะใช้น้ำมันมนต์แทนหมึกสักอย่างเดียว หรือใช้น้ำมันอาถรรพ์ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันปลาพะยูน น้ำมันเสือ น้ำมันช้าง หรือน้ำมันจันทน์ซึ่งจะมีผลในทางเมตตามหานิยม เป็นเสน่ห์อีกจำพวกหนึ่ง นั่นเป็นสองส่วนสำคัญแล้ว ส่วนที่สามคือ อักขระวิธี ซึ่งเป็นอักษรขอมโบราณสักเป็นบทพระคาถาต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นบทสรรเสริญพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ หรือบทอิติปิโสแปดทิศ หรือหัวใจศีล หรือบทคาถาเต่าเลือน เป็นต้น และส่วนที่สี่ก็คือส่วนประกอบจะเป็นรูปภาพ เสือบ้าง พญานาคบ้าง นกคุ่มบ้าง ในส่วนนี้ยังมีส่วนรูปยันต์ไม่ว่าจะเป็นรูปยันต์มหาอุตม์ ยันต์ตรีนิสิงเห ยันต์มะอะอุ ยันต์ธาตุทั้งสี่ เป็นต้น และยังรวมถึงรูปพระภัควัมบดี รูปอุนนาโลม รูปหัวกระดาน รูปท้ายกระดาน เป็นต้น


ยันต์ชูชก
ชาย แก่ที่แบกถุงเงินบนบ่า ชื่อเขาคือชูชก เริ่มแรกเขาเป็นขอทาน ต่อมาเขากลายเป็นเศรษฐี ลายสักนี้ดีต่อการค้าและทุกท่านที่ต้องการความร่ำรวย

ยันต์หนุมานทรงฤทธิ์ (ลิงขาวผู้วิเศษ)
ใน เรื่องรามเกียรติ์ของอินเดีย หนุมานมีความเป็นอมตะ(ไม่ตาย) ต่อสู้เก่งมาก และโชคดีเรื่องความรัก หากท่านต้องการประสบความสำเร็จในชีวิต การป้องกันศาสตราวุธ และโชคดีสุดๆ ในด้านความรัก คุณควรเลือกลายสักนี้!

ยันต์เก้ายอด (ยันต์นวหรคุณ)
ยันต์ นี้ถือว่าเป็นยันต์หลักและอาจถือเป็นลายสักลายแรกของผู้มาสักใหม่ ความหมายของยันต์หมายถึงคุณวิเศษของพระพุทธเจ้าทั้ง 9 ประการ ซึ่งแสดงให้เห็นในรูปของยอดแหลมทั้ง 9 ยอด ลายสักยันต์นี้ดีในการป้องกันศาสตราวุธทั้งหลาย

ยันตร์ราหูอมจันทร์
ปรากฏ การธรรมชาติที่มีเงาบนดวงจันทร์เราเรียกว่า ราหูอมจันทร์ เราเชื่อว่าราหูคือเจ้าแห่งยักษ์และเป็นผู้ปกครองเหล่าปีศาจ ลายสักนี้จะช่วยหนุนดวงชะตาโดยเปลี่ยนเรื่องร้ายให้กลายเป็นดี และต่อต้านสิ่งเลวร้ายต่างๆ

มัจฉานุ
มัจฉานุ คือบุตรที่เกิดจากหนุมานและนางสุวรรณมัจฉา (นางเงือก) ลายสักนี้คล้ายคลึงกับหนุมาน แต่คุณจะสังเกตได้ว่ามีหางเหมือนนางเงือก ลายสักนี้ดีสำหรับผู้มีอาชีพทางทะเลและคุณสมบัติอื่นๆเหมือนกับหนุมาน

พระคเนศ ( พระพิฆเนศวร์)
พระ พิฆเนศวร์ คือเทพเจ้าแห่งความมั่งคั่งและความสำเร็จ ท่านสามารถจำได้ง่ายจากศีรษะท่านที่เป็นรูปช้างและตัวเป็นเทวดา พระพิฆเนศวร์เป็นเทพผู้ฉลาดที่สุดและท่านสามารถอวยพรท่านให้ผ่านพ้นอุปสรรค ต่างๆ ลายสักนี้ดีสำหรับผู้ที่มีอาชีพศิลปิน ดารานักแสดง นักร้อง และงานด้านช่างทั้งหลาย หรือผู้ที่ต้องการความมั่งคั่งร่ำรวย

ช้างเอราวัณ
ช้าง เอราวัณ คือช้างเทพเจ้าที่มีสามหน้า เป็นช้างที่มีกำลังมากที่สุดและใหญ่โตกว่าช้างใดๆ บนสรวงสวรรค์ ลายสักยันต์นี้ดีสำหรับผู้ที่บังคับบัญชาผู้คน และดีสำหรับผู้ที่เดินทางบ่อยๆ เพราะมีอำนาจและป้องกันอันตราย

จระเข้ (เถรขวาด)
สัญลักษณ์ ของงานบุญใหญ่ของไทยคือธงจระเข้ในงานกฐิน ถ้าท่านต้องการเป็นผู้ชนะและได้รับความร่วมมือความเมตตาจากฝูงชน ลายสักนี้ดีสำหรับความสำเร็จ ความเมตตา และความโชคดี

ที่มา : taeonshow.multiply.com



รอย สักที่สักโดยมืออาชีพนั้น ลบออกได้ไม่ยาก (ถ้ามีเงินจ่าย) ส่วนรอยสักที่สักโดยมือสมัครเล่นในคุกนั้น ลบยากที่สุด.....ต่อให้ใช้เครื่องเลเซ่อร์ลบรอยสักโดยเฉพาะก็ลบออกได้ไม่หมด ครับ....เป็นเพราะอะไร ? ....ลองอ่านดู

ในการสักยันต์นั้น เม็ดสีที่อยู่ในน้ำหมึกที่ใช้สัก จะถูกปลายเข็มนำไปฝังไว้ในผิวหนังชั้นหนังแท้ และจะฝังอยู่ที่บริเวณนี้ตลอดไปจนวันตาย การลบรอยสักทำได้ยากมาก โดยเฉพาะรอยสักที่สักด้วยมือสมัครเล่นในคุก เนื่องจากการสักด้วยมือทำได้ไม่สม่ำเสมอ เม็ดสีจะอยู่ลึกตื้นไม่เท่ากัน (ซึ่งแตกต่างจากการสักด้วยเครื่องสักไฟฟ้า) ดังนั้น ไม่ว่าจะใช้วิธีไหนลบ ก็ลบออกได้ไม่หมด

รอยสักแบบมืออาชีพ ลบออกได้ง่าย เพราะ เม็ดสีอยู่ลึกเท่าๆกันหมด  รอยสักแบบมือสมัครเล่น         ในคุก  ลบออกยากมาก รูปตัดแสดงชั้นต่างๆของผิวหนังมนุษย์

การลบรอยสักทำได้หลายวิธี

1. การขัดผิวหนัง (Dermabrasion)
การขัดอาจใช้สารเคมีร่วมด้วยหรือไม่ก็ได้ ถ้าเป็นรอยสักขนาดเล็กก็อาจไม่ต้องใช้ยาชา รอยสักที่สักลึกเกินไปจะขัดออกได้ยาก ถ้าฝืนขัดออก ผิวหนังก็อาจเป็นรอยด่างได้
2. การผ่าตัด สามารถผ่าตัดลอกผิวหนังส่วนนั้นออกแล้วเย็บปิด แต่ถ้ารอยสักมีขนาดใหญ่ เมื่อตัดออกแล้วก็อาจต้องตัดผิวหนังส่วนอื่นมาปิดแทน ข้อเสียของวิธีการผ่าตัดก็คือทำให้เกิดแผลเป็น และมีค่าใช้จ่ายสูง และรอยสักในบางตำแหน่ง เช่น ที่ใบหน้า ก็ไม่เหมาะสมที่จะใช้วิธีผ่าตัด
3. การใช้แสงเลเซอร์ เลเซอร์ลบรอยสักมีหลายแบบ แต่ละแบบก็มีความเหมาะสมในการลบสีที่ไม่เหมือนกัน สีน้ำเงินและสีดำจะลบออกได้ง่าย ส่วนสีอ่อน เช่น สีเหลือง สีเขียว จะลบออกได้ยากกว่า เลเซอร์ชนิด QS nd : YAG เป็นชนิดที่นิยมใช้มาก ได้ผลค่อนข้างดีและมีผลข้างเคียงน้อย (แน่นอน...ค่าใช้จ่ายก็ต้องสูงเป็นธรรมดา )
หลักการลบรอยสักโดยแสงเลเซอร์ก็คือ พลังงานลำแสงจะผ่านผิวหนังเข้าไปทำให้เม็ดสีที่อยู่ในชั้นหนังแท้ แตกออกเป็นเม็ดสีที่มีขนาดเล็กลง จนเม็ดเลือดขาวและเซลในระบบภูมิคุ้มกัน สามารถกำจัดเม็ดสีที่แตกสลายเหล่านี้ออกจากร่างกายได้

ที่มา : hosdoc.com


การลบรอยสัก ส่วนใหญ่มักใช้เลเซอร์ทับทิม หรือ เลเซอร์อื่นเฉพาะรักษารอยสัก เพื่อทำให้จางลง วิธีการรักษาคือใช้เลเซอร์ยิงทำลายเม็ดสีที่สัก โดยจะนัดทำประมาณเดือนละครั้งจนจางหมด หรือจน ทำไปแล้วก็ไม่ได้ผลดีขึ้น

ผลจากการรักษาด้วยเลเซอร์ชนิดถูกต้อง ( ใช้รักษารอยสักโดยเฉพาะ ) ยังให้ผลไม่ได้ดีทุกราย โดยเฉพาะในรายที่สักลึกเช่นสักด้วยมือ และใช้หมึกสักบางชนิด เลเซอร์จะทำให้จางลงได้แต่อาจจะไม่หมด หรือ ยังเหลือรอยตกค้างไม่สม่ำเสมอ

การลบรอยสักด้วยเลเซอร์ จะเกิดแผลเป็นต่อเมื่อมีการทำลายถึงชั้นผิวหนังแท้ จากการใช้แสงแรงมากเกินไป หรือ ใช้เลเซอร์ผิดชนิด ส่วนเรื่องแผลเป็น แต่จะเป็นแผลเป็นในลักษณะใดก็ได้ เช่น แผลเป็นที่เนียนสังเกตุยาก แผลเป็นนูน ยืด หรือดำ ขึ้นกับหลายๆปัจจัย รวมถึงการดูแล และแผลเป็น เมื่อเกิดขึ้นแล้วย่อมจะไม่หายหมด การแก้ไขแผลเป็น เป็นเพียงทำให้รอยแผลดีขึ้น เห็นได้ชัดน้อยลงเท่านั้น

วิธีใช้เลเซอร์:
มีการใช้เลเซอร์อยู่ 3 แบบในปัจจุบันคือ CO2 เลเซอร์, Q-switched ruby เลเซอร์ และ Tatulazr เลเซอร์ ที่ได้รับความนิยมว่ามี ประสิทธิภาพ ที่สุดก็คือ Tatulazr เลเซอร์ ซึ่งวิธีนี้จะมีผลน้อยมาก ค่าใช้จ่ายประมาณ 2,000 - 4,000.- บาท / ครั้ง ทำทุก 3 - 4 สัปดาห์

นอกจากนั้นในบางราย การตัดรอยสักออก ก็สามารถทำได้ รอยสักจะหายหมดทันที แต่ข้อเสียคือจะต้องมีรอยแผลที่ตัดออก มักใช้ในรายที่ ต้องการให้รอยสักหายหมดโดยเร็ว ในรอยขนาดเล็กที่สักลึกหรือใช้เลเซอร์แล้วไม่หมด

วิธีขยายผิวหนัง:
เป็นการลบรอยสักที่นิยมมากในผู้ที่มีรอยสักไม่ใหญ่นัก ทำได้โดยเอา ลูกโป่ง อัดลมใส่เข้าไปใต้ผิวหนัง ลูกโป่งจะไปขยาย พื้นที่ผิวหนัง เมื่อเอาลูกโป่ง ออกมาก็จะมีพื้นผิวหนังที่เหลือๆ อยู่ แล้วใช้วิธี ตัดหนัง เย็บปิดรอยสัก ไว้จะเหลือเป็นแผลเป็นเส้นเดียว ที่เป็นรอยเย็บ ข้อระวังคือ ต้องทำโดยแพทย์ ศัลยกรรมผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น

ที่มา : yahoo.com

ไม่มีความคิดเห็น: